Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดหอการค้าไทย-จีน ชี้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 เสี่ยงสูงจากภัยสงคราม พลังงานพุ่ง

หอการค้าไทย-จีน ชี้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 เสี่ยงสูงจากภัยสงคราม พลังงานพุ่ง

-

ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย-จีน ประจำไตรมาส 2/ 2569 ผู้ตอบแบบสอบถามสะท้อนความเห็นว่า “ทิศทางของเศรษฐกิจไทยมีความไม่แน่นอนสูง” รัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นและปัญหาหนี้ครัวเรือนควบคู่การเจรจา “เอฟทีเอ” และทบทวนสิทธิประโยชน์ในการลงทุน เพื่อเพิ่มตลาดสำหรับการส่งออกสินค้าไทย

นายณรงค์ศักดิ์  พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีนประจำไตรมาสที่ 2/2569 ซึ่งได้มีการสำรวจระหว่างวันที่ 19 – 22 มีนาคม 2569 ผู้ให้ข้อมูลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีนประกอบด้วย (1) ประธานคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการหอการค้าไทยจีน (2) ประธานและกรรมการสมาชิกสมาคมต่างๆของสหพันธ์หอการค้าไทยจีน และ (3) กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ของหอการค้าไทยจีน รวมทั้งสิ้น จำนวน 484 คน

จากอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 2.4 และอัตราการเจริญเติบโตต่ำกว่าร้อยละ 3 เป็นระยะเวลาติดต่อกันมาหลายปี จนทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าประเทศไทยเป็น “คนป่วยใหม่ของเอเชีย” ในขณะที่รองนายกนายกรัฐมนตรี ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ให้สัมภาษณ์ว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มพ้นจากภาวะวิกฤตและพร้อมที่เดินได้อีกครั้งหนึ่ง  อย่างไรก็ตามในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ใช้กำลังทางการทหารโจมตีอิหร่าน และมีผลผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย อย่างคาดเดาความรุนแรงได้ยาก

จากการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของหอการค้าไทยจีน ประจำไตรมาสที่สองนี้  สงครามในตะวันออกกลางนั้น ประเทศไทยได้รับผลกระทบไม่ว่าทางตรงและทางอ้อม ผู้ตอบแบบสำรวจของหอการค้าจีนร้อยละ 39 คิดว่าภาวะสงครามจะจบลงภายในระยะเวลาไม่เกินสามเดือนจากวันที่สำรวจ กล่าวคือภายในเดือนมิถุนายน แต่ผลของสงครามดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง และทางหอการค้าไทยจีนมีความกังวลสูงสุด ต่อ การขาดแคลนพลังงาน ทั้งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ และราคาพลังงานที่จะเพิ่มสูงขึ้น เป็นปัจจัยกังวลที่รองลงมาอีก สอง ด้าน คือจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะชะลอตัวลงโดยเฉพาะจากชาติตะวันออกกลางและสหภาพยุโรปที่ต้องเดินทางผ่านสนามบินชาติตะวันออกกลาง ซึ่งในปลายปีที่ผ่านมาเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ทดแทนนักท่องเที่ยวจากจีนที่ลดลง และต้นทุนค่าขนส่งทางอากาศ และทางเรือที่จะเพิ่มสูงขึ้น

หากพิจารณาถึงโอกาสการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 การคาดการณ์จากทางการ เศรษฐกิจไทนมีแนวโน้มที่จะโตร้อยละ 1.5 – 1.7  ส่วนผลการสำรวจพบว่า ร้อยละ 25 ของผู้ตอบแบบสำรวจ ยังมีความเชื่อมั่นว่าการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโตให้อยู่ระหว่างร้อยละ  2.0 ถึง 2.4  แต่ในขณะที่ร้อยละ 24 มีความเชื่อว่าอัตราการเจริญเติบโตจะอยู่ระหว่างร้อยละ 1.2 ถึง 1.6  ด้วยความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก จึงกล่าวได้ว่าทิศทางของเศรษฐกิจไทยในอนาคตมีความไม่แน่นอนสูง  เมื่อคำนึงถึงนโยบายการคลัง ร้อยละ 76 ของผู้ตอบแบบสำรวจลงความเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่รัฐบาลไทยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้สูงขึ้นจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 8 ในปี 2569 ส่วนร้อยละ 21 มีความเห็นว่าหากเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มให้สูงขึ้นควรจะยกเว้นรายการสินค้าที่จำเป็น

สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่รัฐบาลใหม่ควรเร่งดำเนินการนั้น เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อได้ มีสองประเด็นหลักคือ (1) การแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น และธุรกิจสีเทา และ (2) การเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ธุรกิจ ส่วนประเด็นรองจากสองประเด็นหลักคือ การเร่งเจรจาการค้าเสรีและทบทวนสิทธิประโยชน์ในการลงทุน เพื่อให้ไทยมีตลาดในการส่งออกเพิ่มมากขึ้น จากการสำรวจของหอการค้าไทยจีน ความเห็นส่วนใหญ่ต่อการเจรจาการค้าเสรีกับประเทศใหญ่นั้น ประเทศขนาดกลางและขนาดเล็กต้องรวมตัวกันเพื่อให้มีอำนาจในการต่อรองกับประเทศใหญ่

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในระยะสั้น ที่ไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาโดยตลอด จากข้อมูลในปี 2567 นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก มาเยือนประเทศไทย 6.7 ล้านคน แต่ในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวจีนเหลือเพียง 4.47 ล้านคน ซึ่งพลาดจากเป้าหมาย 5.5 ล้านคน จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่น้อยลง และด้วยสถานการณ์ความไม่สงบทิศตะวันออกกลาง และเศรษฐกิจจีนในปัจจุบัน ผลการสำรวจของหอการค้าไทยจีน ร้อยละ 42.7 คาดว่าในปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนน่าจะใกล้เคียงกับปี 2568 ในขณะที่ร้อยละ 32.3 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มขึ้นแต่ไม่มากนัก ปัจจัยสำคัญที่ประเทศไทยต้องปรับปรุงเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน โดยมีปัจจัยหลักที่ต้องเร่งทำคือเรื่องของความปลอดภัย ส่วนปัจจัยที่รองลงมาประกอบไปด้วยการให้บริการและคุณภาพที่สมราคา และข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่จะดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น

กล่าวโดยสรุปได้ว่าจากผลของสงครามในตะวันออกกลางมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก แต่ก็คาดว่าสงครามดังกล่าวน่าจะยุติในระยะเวลาไม่เกินอีกสามเดือนข้างหน้า แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกน่าจะรุนแรง ไปอีกระยะหนึ่ง โดยเฉพาะการขาดแคลนพลังงานที่ทำให้ราคาของพลังงานที่จะเพิ่มสูงขึ้น  ส่งผลทำให้ภาวะไทยในปี 2569 มีความไม่แน่นอนสูง นายณรงค์ศักดิ์   กล่าว

อนึ่ง การค้าระหว่างประเทศไทยและจีน ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 ขยายตัว ร้อยละ 35.42  มีมูลค่า 26,762 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ  โดยการส่งออกของไทยไปจีน ขยายตัว ร้อยละ 16.73  และการนำเข้าจากจีน ขยายตัว ร้อยละ 42.42 ส่งผลประเทศไทยขาดดุลการค้ากับประเทศไทย ขยายตัว ร้อยละ 57.78 หรือขาดดุลมูลค่า 14,198 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...