Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดกยท. ลุยยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรมยาง พัฒนาตลาดเครือข่ายทั่วประเทศ

กยท. ลุยยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรมยาง พัฒนาตลาดเครือข่ายทั่วประเทศ

-

กยท.เดินหน้าพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมยาง มุ่งยกระดับตลาดเครือข่ายฯ ครอบคลุมทั่วประเทศ ควบคู่การป้อนองค์ความรู้ – เทคโนโลยีในสวนยาง พัฒนาศักยภาพชาวสวนยาง เพิ่มคุณภาพผลผลิตยาง สร้างความมั่นคงทางรายได้อย่างยั่งยืน

นายโกศล บุญคง รองผู้ว่าการด้านบริหาร ปฏิบัติงานแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กยท. ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมาได้ขยายตลาดเครือข่ายตลาดกลางยางพาราครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ให้ชาวสวนยางเข้าถึงระบบซื้อขายยางผ่านตลาดกลางยางพาราของ กยท. ซึ่งปัจจุบัน กยท. สามารถขยายตลาดเครือข่ายฯ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แล้วจำนวน 901 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 2 ก.พ. 69) บรรลุเป้าหมายการขยายตลาดเครือข่ายฯ ตามแผนที่วางไว้

สำหรับปีนี้ กยท. จะเน้นการยกระดับและพัฒนาตลาดเครือข่ายฯ ทุกแห่งให้มีมาตรฐานเดียวกัน โดยจะจำแนกกลุ่มตลาดเครือข่ายฯ (Grading) ตามศักยภาพ เพื่อให้สามารถวางแนวทางเข้าไปสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพตลาดเครือข่ายฯ แต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสมและตรงจุด โดยแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับ A, B, C, D และ E ซึ่งพิจารณาจากปริมาณและความถี่ของการซื้อขายยางผ่านตลาด ระบบการบริหารจัดการภายใน และผลการดำเนินงานในภาพรวม เป็นต้น

จากนั้นจะนำข้อมูลรายละเอียดของตลาดเครือข่ายฯ เข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์เพื่อกำหนดแนวทางการสนับสนุนให้สอดคล้องกับศักยภาพแต่ละระดับ อาทิ กลุ่มตลาดเครือข่ายฯ ระดับ A ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีปริมาณการซื้อขายยางผ่านตลาดในระดับสูง จะเน้นสนับสนุนด้านการขยายช่องทางการจำหน่ายยาง รวมถึงส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากการทำอาชีพเสริมร่วมยาง ในขณะที่กลุ่มตลาดเครือข่ายฯ ระดับ E ซึ่งเป็นตลาดเครือข่ายฯ กลุ่มตั้งต้น จะเน้นสนับสนุนอุปกรณ์จัดการผลผลิตให้ได้คุณภาพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการตลาด

และการพัฒนามาตรฐานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้ชาวสวนยางมีช่องทางการขายยางผ่านตลาดเครือข่ายฯ มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ได้รับราคาที่เป็นธรรม ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาว สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับศักยภาพของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร

นายโกศล กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากยกระดับตลาดยางเครือข่ายฯ ทั่วประเทศแล้ว กยท. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของชาวสวนยางซึ่งถือเป็นกลุ่มต้นน้ำในระบบยางพารา เพื่อให้เกษตรกรมีการจัดการสวนยางอย่างเป็นระบบ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านยางพารา โดยใช้ศูนย์เรียนรู้ยางพาราและแปลงถ่ายทอดเทคโนโลยีของ กยท. เป็นแหล่งเรียนรู้และพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีสมัยใหม่แก่ชาวสวนยาง

เปิดโอกาสให้ชาวสวนยางได้เข้ามาเรียนรู้จากประสบการณ์จริงผ่านแปลงสาธิต  ปรับแนวคิด-เปลี่ยนรูปแบบการทำสวนยางสู่การบริหารจัดการที่นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ทรัพยากร และศักยภาพมากขึ้น รวมถึงโมเดลสวนยางอารยเกษตร ที่ผสานศาสตร์สากลหรือเทคโนโลยี ร่วมกับการจัดการสวนยางแบบผสมผสาน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะครูยางอาสา ผ่านการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตยาง เพื่อส่งต่อความรู้ใหม่ๆ สู่เกษตรกรชาวสวนยางได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเกิดประโยชน์สูงสุด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...