Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดหลังสู้รบ! ชาวสวนยาง อ.บ้านกรวด จำใจขายยางถูก ต้องใช้เงินช่วงปีใหม่

หลังสู้รบ! ชาวสวนยาง อ.บ้านกรวด จำใจขายยางถูก ต้องใช้เงินช่วงปีใหม่

-

เกษตรกรชาวสวนยางพาราในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่เพิ่งได้กลับเข้ามาในพื้นที่ ต่างเร่งนำยางพารามาขาย โดยพบว่าหลายราย เพิ่งได้แกะยางมาขายเป็นครั้งแรก หลังกรีดทิ้งไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์สู้รบ ในขณะที่ราคารับซื้อยางพาราลดลง จำเป็นต้องขายเพื่อนำเงินไว้ใช้จ่ายช่วงปีใหม่ และไว้ใช้ในครอบครัว รวมถึงเตรียมพร้อมหากเกิดสถานการณ์ไม่ปกติขึ้นอีก ส่วนที่ราคาถูกคาดเกิดจากโรงงานยางพาราปิดทำการช่วงเทศกาลปีใหม่

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางนิคมบ้านกรวด จำกัด ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์อ ได้มีเกษตรกรชาวสวนยางพารา ทั้งทั้งที่ไม่ได้เป็นสมาชิก และเป็นสมาชิกของสหกรณ์กองทุนสวนยางนิคมบ้านกรวด จำกัด ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยและได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่ ต.จันทบเพชร ต.สายตะกู ต.โคกกระชาย ต.ปราสาท และอีกหลายตำบลของ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้เร่งทยอยนำยางพารา มาจำหน่ายกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน หลังจากที่กองทัพภาคที่ 2 ได้อนุญาตให้ประชาชน เดินทางเข้ามาในพื้นที่ได้ โดยในวันนี้ (30ธ.ค.) ถือเป็นวันแรกและเป็นวันสุดท้าย ก่อนที่สหกรณ์ฯ จะปิดทำการในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค.68 ถึงวันที่ 1 ม.ค.69 และจะเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 2 ม.ค.69

ทั้งนี้มีเกษตรกรนำยางพารามาจำหน่ายให้กับ สหกรณ์กองทุนสวนยางนิคมบ้านกรวด จำกัด ไปแล้วกว่า 30 ตัน ในขณะที่ราคารับซื้อยางพาราในช่วงนี้กลับพบว่า มีราคาถูกลงกว่าช่วงเกิดเหตุการณ์สู้รบ โดยปัจจุบันที่สหกรณ์กองทุนสวนยางนิคมบ้านกรวด จำกัด รับซื้อยางเครป ที่ราคากิโลกรัมละ 30 บาท จากก่อนหน้านี้รับซื้ออยู่ที่กิโลกรัม 30-32 บาท ส่วนยางก้อนถ้วยปัจจุบันรับซื้อที่กิโลกรัมละ 25 บาท จากก่อนหน้านี้ยางก้อนถ้วยรับซื้อที่กิโลกรัมละ 24-26 บาท ส่วนน้ำยางสดรับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท จากก่อนหน้านี้รับซื้ออยู่ที่ 53-54 บาทต่อกิโลกรัม

นายกฤษณะ เพลียสันเทียะ ประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางนิคมบ้านกรวด จำกัด เปิดเผยว่าวันแรกที่เปิดรับซื้อยางพาราได้มีเกษตรกรชาวสวนยางพารา ทั้งที่เป็นและไม่ได้เป็นสมาชิกฯทยอยนำยางพารามาจำหน่ายให้กับทางสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่ล้วนเป็นเกษตรกรที่ได้ลงมือกรีดยางไว้ตั้งแต่ก่อนรเกิดสถานการณ์สู้รบ และเพิ่งได้เข้ามาเก็บยางนำมาจำหน่าย ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันแรกและวันสุดท้ายของการรับซื้อ ก่อนที่จะปิดทำการในช่วงเทศกาลปีใหม่ และจะเปิดรับซื้ออีกครั้งในวันที่ 2 ม.ค.69 ซึ่งตลอดทั้งวันมีเกษตรกรนำยางพารมาจำหน่ายแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ตัน

โดยที่ สหกรณ์กองทุนสวนยางนิคมบ้านกรวด จำกัด จะรับซื้อยางพารา ทั้งยางก้อนแปรรูปเป็นเครปยาง ยางก้อนถ้วย และน้ำยางพาราสดเพื่อนำมาทำเป็นยางแผ่นรมควัน ซึ่งราคารับซื้อยางพาราในช่วงนี้ถือว่ามีราคาถูกกว่าช่วงปกติก่อนหน้านี้ เนื่องจากว่าอยู่ในช่วงที่โรงงานยางพาราจะหยุดทำการในช่วงเทศกาลใหม่ ซึ่งคาดว่าหลังจากช่วงปลายเดือน ม.ค.68 เป็นต้นไปนี้ราคารับซื้อยางพาราน่าจะดีขึ้นตามลำดับ

ด้าน นายกิติยากร พ่วงขำ อายุ 47 ปี ชาวสวนยาง อ.บ้านกรวด ที่นำยางมาขาย บอกว่าเพิ่งได้แกะเอายางพาราที่ได้กรีดทิ้งไว้ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์สู้รบวันที่ 7 ธ.ค.68 นำออกมาขายเป็นครั้งแรก และต้องรีบนำมาขายเพราะเกรงจะเกิดสถานการณ์ขึ้นอีก และจำเป็นต้องรีบนำมาขายเพื่อนำเงินไว้ใช้จ่าย เพราะช่วงที่อพยพไปทำให้ขาดรายได้ โดยตนเองได้ทำสวนยางพาราไว้จำนวน 28 ไร่ ต่อครั้งจะสามารถจำหน่ายยางพาราได้ประมาณ 20,000 บาท

นายพงษ์พัน สวายประโคน อายุ 66 ปี ที่ได้กรีดยางทิ้งไวตั้งแต่ก่อนเกิดสถานการณ์สู้รบ และเพิ่งได้เข้ามาเก็บยางพาราและนำมาจำหน่าย เนื่องจากต้องอพยพหนีการสู้รบไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว บอกว่าตั้งใจจะนำยางพาราที่กรีดมาขายเป็นเครปยาง แต่ทางสหกรณ์ฯบอกว่าไม่สามาถขายเป็นเครปยางได้ เพราะยางถูกกรีดทิ้งเป็นเวลานาน จึงจำเป็นต้องขายเป็นยางก้อนถ้วยทั่วไป ซึ่งมีราคาถูกกว่ายางเครป ดีกว่าไม่ได้ขาย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...