ปราจีนบุรี – อสนีบาตสยอง! ฟ้าผ่าเปรี้ยงระเบิดวินาศสันตะโรไฟลุกท่วมโรงงานถุงมือศรีมโหสถ เบื้องต้นเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 ล้าน โชคดีไม่มีบาดเจ็บ-เสียชีวิตเนื่องจากช่วงโรงงานเลิกงาน
เมื่อเวลา 01.50น. วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี เกิดเหตุภัยพิบัติสุดระทึกขวัญรับหน้าฝน หลังจากพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงพัดกระหน่ำถล่มเมืองอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดเหตุฟ้าผ่าระเบิดตูมเดียวเพลิงนรกปะทุลุกโชนแดงฉานทั่วท้องฟ้า ภายใต้การกำกับดูแลของ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้รับรายงานด่วนจาก นายชูชาติ พิพัฒน์ศรัทธา นายอำเภอศรีมโหสถ ที่ประสานงานร่วมกับ ว่าที่ร้อยตรี ทนงศักดิ์ สุวรรณเตมีย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี (ปภ.) รุดเข้าตรวจสอบเหตุไฟไหม้อาคารผลิตถุงมือผ้าขนาดใหญ่ เลขที่ 96 หมู่ 7 บ้านซำหว้า ซอย 5 ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี

ย้อนนาทีชวนขนหัวลุก เหตุเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 17.45 – 17.55 น. ของวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ยามที่ฟ้าฝนกำลังตั้งเค้าทะมึน ลมพายุพัดกระโชกอื้ออึงอย่างน่ากลัว ก่อนที่สายฝนจะเทกระหน่ำลงมาไม่ลืมหูลืมตา ทันใดนั้นเกิดเสียงอสนีบาตฟาดเปรี้ยงดังสนั่นหวั่นไหว ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าด้วยความระทึกขวัญว่า เห็นประกายแสงไฟแลบแปลบปลาบผ่าโครมลงมาตรงสะพานเชื่อมกระแสไฟฟ้าที่ส่งเข้าเครื่องจักรพอดิบพอดี

ท่ามกลางความตื่นตระหนก นายวศิน เพิ่มอัมพร พยานที่อยู่ใกล้เคียงใจเด็ด วิ่งฝ่าควันเข้าไปใช้ถังดับเพลิงฉีดพ่นสกัด แต่สายเกินการณ์ ทะเลเพลิงปะทุขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่ง ความร้อนแรงของไฟลวกตามเนื้อตัวของพยานจนต้องล่าถอยออกมาตะโกนขอความช่วยเหลือ เนื่องจากภายในอาคารเป็นคลังใหญ่เก็บถุงมือผ้าที่เย็บเสร็จเรียบร้อยแล้วนับหมื่นนับแสนชิ้น พร้อมเครื่องจักรเย็บผ้าจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็น “เชื้อเพลิงชั้นดี” ทำให้ไฟนรกโหมกระหน่ำลุกลามเร็วยิ่งกว่าอสูรกาย กลุ่มควันสีดำทึบพวยพุ่งม้วนตัวสู่ท้องฟ้าน่ากลัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหลและมีเสียงระเบิดปะทุจากตัวเครื่องจักรดังก้องเป็นระยะๆ

หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.อธิรัช กิจธนาภักดิ์ดี สว.(สอบสวน) สภ.ศรีมโหสถ ได้วิทยุด่วนรายงานต่อ พ.ต.อ.สมเกียรติ เพ็ญศิริสมบูรณ์ ผกก.สภ.ศรีมโหสถ ก่อนที่ ผกก. และ นายชูชาติ พิพัฒน์ศรัทธา นอภ.ศรีมโหสถ จะแท็กทีมร่วมอำนวยการดับเพลิง สั่งระดมสรรพกำลังรถดับเพลิงและรถน้ำจากทุกภาคส่วนเข้ามาสู้ภัยพิบัติ ประกอบด้วย รถดับเพลิง อบต.โคกปีบ 2 คัน, อบต.โคกไทย 1 คัน, อบต.ไผ่ชะเลือด 1 คัน และ ทต.โคกปีบ อีก 1 คัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อ.ส. อำเภอศรีมโหสถ และมูลนิธิสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน รวมร้อยชีวิตเดินทางมาอำนวยความสะดวกจราจรและลุยดับเพลิงพัลวัน

บรรยากาศการทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบากและอลหม่าน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนและกลุ่มควันพิษหนาทึบ ระดมหัวฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าสกัดรอบทิศทางเพื่อไม่ให้ไฟลามไปยังบ้านเรือนข้างเคียง

จนกระทั่งเวลา 21.00 น. จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด แต่ทว่าความเสียหายนั้นราบคาบ โครงสร้างอาคารทั้งหมดทนรับความร้อนไม่ไหวเกิดการทรุดตัวถล่มโครมลงมาพังยับเยิน โชคดีที่คนงานเลิกงานหมดแล้ว จึงไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต มีเพียง น.ส.รุ่งนภา จันทศรี อายุ 43 ปี เจ้าของอาคารชาวฉะเชิงเทรา ที่รุดมาดูสภาพโรงงานด้วยอาการตื่นตระหนกตกใจตาค้าง ซึ่งมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นรวมตัวอาคาร ถุงมือ และเครื่องจักร ไม่ต่ำกว่า 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน)

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ ปภ. ได้นำเชือกกันแนวและป้ายเขตอันตรายมาปิดกั้น ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อย่างเด็ดขาด เนื่องจากหวั่นอาคารที่ทรุดตัวจะถล่มซ้ำลงมา เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริง ว่าเกิดจากกระแสฟ้าผ่าลงหม้อแปลงสะพานไฟโดยตรงหรือไฟฟ้าลัดวงจรกันแน่

ขณะเดียวกัน กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี ได้ออกประกาศเตือนพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการโรงงานห้างร้านทุกแห่ง ในช่วงฤดูมรสุมหน้าฝนที่มีพายุพัดถล่ม ลมกระโชกแรง และมีฝนตกชุกเช่นนี้ ขอให้ระมัดระวังภัยธรรมชาติจาก “ฟ้าผ่า” และกระแสไฟฟ้าขัดข้องให้ดี ควรหมั่นตรวจสอบระบบสายดิน ตัดสลับระบบไฟส่องสว่างที่ไม่จำเป็น และติดตั้งสายล่อฟ้าให้ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยเยี่ยงเหตุการณ์ระทึกขวัญในค่ำคืนนี้!

### มานิตย์ สนับบุญ – ข่าว / แพ มงคล – ภาพ /ปราจีนบุรี ####

.








