Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดบุกตรวจยึดเครื่องจักรหนักนายทุนบุกรุก"ดอยภุคา"โค่นป่าต้นน้ำเมืองน่าน

บุกตรวจยึดเครื่องจักรหนักนายทุนบุกรุก”ดอยภุคา”โค่นป่าต้นน้ำเมืองน่าน

-

ตำรวจ บก.ปทส. บุกตรวจยึดเครื่องจักรหนักบุกรุกป่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ “ดอยภูคา”พบตัดไม้พญาเสือโคร่ง ทำลายป่าต้นน้ำน่าน กระทบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รักษาเมืองท่องเที่ยวก่อนเทศกาลปีใหม่ เจ้าหน้าที่ยึดของกลาง เช่นไม้หวงห้ามที่ตัดในพื้นที่ รถแบคโฮล เลื่อยยนต์ รวมทั้งหมด 8 รายการ

พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส.ดำเนินการตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ “ดอยภูคา”หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ต่อมา ว่าที่พ.ต.ต.จิรายุ อิ่นแก้ว สว.(สอบสวน) กก.4 บก.ปทส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.ชุดปฏิบัติการ จ.น่าน สนธิกำลังร่วมกับหลายหน่วยงาน ตรวจยึดเครื่องจักรกลหนักและเลื่อยโซ่ยนต์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ “ดอยภูคา” บริเวณทางหลวงหมายเลข 1081 ตอนบ่อเกลือ-เฉลิมพระเกียรติ หมู่ 10 ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน หลังได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบขุดปรับพื้นที่และโค่นไม้หวงห้าม โดยเฉพาะ “ต้นกำลังเสือโคร่งและพญาเสือโคร่ง” ซึ่งถือเป็นพันธุ์ไม้สัญลักษณ์ความงดงามของจังหวัดน่าน

จากการตรวจสอบพบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถางเป็นบริเวณกว้าง เครื่องจักรหนักกำลังขุดดินเพื่อติดตั้งท่อในลักษณะเปิดแนวป่า และพบตอไม้ถูกตัดใหม่หลายต้น โดยไม่มีเอกสารอนุญาตใช้พื้นที่หรืออนุญาตทำไม้ตามกฎหมาย ซึ่งป่าดอยภูคานั้นเป็นป่าต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำน่าน อันเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงผู้คนในภาคเหนือตอนบน เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้ แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อระบบนิเวศ ความสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำ และเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งปัจจุบันจังหวัดน่านถือเป็นแลนด์มาร์คของฤดูกาลชมซากุระเมืองไทย “พญาเสือโคร่ง” ที่นักท่องเที่ยวนับหมื่นเดินทางมาเยี่ยมชมทุกปี

หากถูกทำลายลง ความสวยงามตามธรรมชาติ ความหลากหลายชีวภาพ และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการนี้ ต้นไม้ที่ถูกตัดดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการป้องกันดินถล่มและอุ้มน้ำตามแนวเขา หากปล่อยให้มีการบุกรุกเช่นนี้ จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัยในตัวอำเภอเมืองน่านดังเช่นที่ผ่านมา ดินสไลด์ น้ำป่าไหลหลาก และการเสื่อมโทรมของป่าต้นน้ำในระยะยาว

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดร่วมกันร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัทยักษ์ใหญ่ 2 ราย ร่วมกัน ทำไม้หวงห้ามในป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

-ร่วมกัน มีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย

-ร่วมกัน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต”

-ร่วมกัน ทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

-ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ร่วมกัน ยึดถือ ครอบครองทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

-ร่วมกัน มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

พร้อมตรวจยึดของกลาง 8 รายการ ประกอบด้วย รถแบคโฮล  1 คัน , เครื่องเจาะดันท่อ 1 คัน , ไม้หวงห้าม กําลังเสือโคร่ง 1 ต้น ,ไม้หวงห้ามตุ้มเต๋น 1 ต้น , เลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง และแผ่นบังคับโซ่ยนต์  1 อัน  ส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ่อเกลือ ดำเนินคดีต่อไป

โดย…ระรินธร เพ็ชรเจริญ  ผู้สื่อข่าวจังหวัดน่าน

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...