Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด“ทำเกษตรครบวงจร”ต้นแบบชุมชนสานต่อพระราชปณิธาน"พระพันปีหลวง"

“ทำเกษตรครบวงจร”ต้นแบบชุมชนสานต่อพระราชปณิธาน”พระพันปีหลวง”

-

เกษตรกรสมาชิกฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านควนหรัน อ.สะบ้าย้อย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระพันปีหลวง “มีอาชีพ มีรายได้ เพราะเมตตาของแม่” ขอสานต่อพระราชปณิธานขยายผลองค์ความรู้ด้านการเกษตรสู่ชุมชน

สายชล พรมนุ้ย อายุ 47 ปี ชาวบ้าน ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา หนึ่งในสมาชิกฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านควนหรัน ที่น้อมนำเอาองค์ความรู้ด้านการเกษตรจากฟาร์มของแม่ ทั้งการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และทำปุ๋ยหมักใช้เอง มาต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ และยังเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรให้แก่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง

พี่ชล เล่าว่า ย้อนไปราว 6 ปีก่อน ตนประกอบอาชีพก่อสร้าง รับจ้างทั่วไป รายได้ไม่แน่นอน ช่วงไหนไม่มีงาน ก็ไม่มีเงิน ใช้ชีวิตลำบาก เพราะไม่มีความรู้ด้านอื่นติดตัว จนวันหนึ่งได้เข้าไปอบรมในโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านควนหรัน แทนน้องสาว วิทยากรประจำฟาร์มได้นำชม และสาธิตตามฐานต่าง ๆ ทั้งการปลูกผัก ขยายพันธุ์พืช ใส่ปุ๋ย ทำน้ำหมักชีวภาพ ทำปุ๋ยหมัก เลี้ยงแพะ เลี้ยงไก่ และประมง ตนจึงเริ่มเกิดความสนใจ บวกกับผู้จัดการฟาร์มเห็นว่าฝีมือดี แต่ยังไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง จึงชักชวนให้เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกของฟาร์มฯ และทำงานอยู่กับฟาร์มตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ปัจจุบัน พี่ชล เป็นวิทยากรหัวหน้าฐานการทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ของโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านควนหรัน ซึ่งนอกจากหน้าที่ในฟาร์มแล้ว ก็ยังได้รับมอบหมายให้เดินสายไปตามตำบลต่าง ๆ ในอำเภอสะบ้าย้อย (ที่มีพื้นที่ว่าง) โดยฟาร์มฯ จะช่วยไปปลูกกระท่อมชั่วคราวสำหรับพักอาศัย จากนั้นสนับสนุนพันธุ์ผัก พริก มะเขือ ข้าวโพด ตะไคร้ โดยพี่ชลจะมีหน้าที่ปลูก ดูแล รดน้ำ ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ (ซึ่งเป็นปุ๋ยหมักทำเอง) จนพันธุ์ผักงอกงามเก็บผลผลิตได้ ส่วนพันธุ์สัตว์ ทางฟาร์มฯ ได้สนับสนุนพันธุ์ไก่ดำภูพาน ห่าน เป็ด และวัวไปเลี้ยง รายได้จากพืชผักพี่ชลก็จะรับไป แต่หากเป็นรายได้จากปศุสัตว์ ก็จะแบ่งกลับให้ฟาร์มส่วนหนึ่ง

ซึ่งจากการที่พี่ชลลงไปพัฒนาพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านตื่นตัวเรื่องเกษตรพอเพียงมากขึ้น บางส่วนมาปรึกษาเรื่องการทำปุ๋ยหมักบ้าง ขอซื้อพันธุ์ไก่ดำไปเลี้ยงบ้าง ถือเป็นเทคนิคของฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านควนหรัน ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนแบบเข้าถึง ด้วยการทำให้เห็นก่อน เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสนใจและหันมาทำตาม ซึ่งพี่ชลก็สามารถทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี

พี่ชลยังบอกว่า ความสุขของเกษตรกร คือ การได้ปลูกผัก รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย การที่ได้เรียนรู้จากฟาร์มตัวอย่างฯ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ฟาร์มฯ ตัวอย่างนำความรู้ นำวิทยากร นำแนวทางการดำเนินชีวิตมามอบให้ จนสามารถนำกลับขยายผลทำต่อที่บ้าน ทุกวันนี้ตนคิดอยู่เสมอว่า ต้องยึดหลักความพอเพียงตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้

เช่น ปลูกผักไว้กินเอง ไม่ต้องซื้อ ผักเหลือก็แจกข้างบ้าน ผลผลิตมากไปก็ขายหารายเข้าครอบครัว โดยรายได้หลักได้มาจากฟาร์มฯ ตกเดือนละ 4,500 บาท (เฉลี่ย 150 บาท/ วัน) บวกกับขายพริก ข้าวโพด ไก่ที่เลี้ยงไว้ ได้อีกเดือนละ 3,000 บาท ส่วนมีเวลาว่างก็ออกไปรับจ้าง เก็บยาง ใส่ปุ๋ย ถากหญ้า รวม ๆ แล้วก็มีรายได้หลักหมื่นต่อเดือน จึงทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

โครงการฟาร์มตัวอย่างใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านควนหรัน อ.สะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา จึงเป็นอีกฟาร์มของแม่สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพื้นที่ ส่งเสริมอาชีพให้แก่ประชาชน เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งอาหารปลอดภัยให้ประชาชนอย่างแท้จริง

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา/ข่าว – ภาพ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...