หน้าแรกข่าวล่าสุดตาโต๊ะมาเลย์ชูฮก‘ทุเรียนเบตง’คุณภาพระดับพรีเมียม

ตาโต๊ะมาเลย์ชูฮก‘ทุเรียนเบตง’คุณภาพระดับพรีเมียม

-

ยะลาฮับทุเรียน! ดาโต๊ะมาเลเซียบุกเจาะลึกเคล็ดลับ ‘ทุเรียนเบตง’ ยกย่องคุณภาพระดับพรีเมียม จากสภาพภูมิศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ดาโต๊ะ ฮัจญ์ มูฮัมหมัด บิน อับดุลเลาะห์ จากรัฐเนกรีเซมบิลัน ประเทศมาเลเซีย พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนทุเรียนของนายวิสุทธิ์ โชตน์ธนานันต์ เกษตรกรแปลงใหญ่ในตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและรับชมการสาธิตการเก็บเกี่ยวทุเรียน ซึ่งเบตงถือเป็นแหล่งปลูกผลไม้คุณภาพแห่งใหม่ของไทย

นายวิสุทธิ์ โชตน์ธนานันต์ หรือที่รู้จักในนาม ‘เฮียเต๋อ’ เจ้าของสวนทุเรียนเบตง เผยว่าความสำเร็จในการปลูกทุเรียนคุณภาพของที่สวน เกิดจากสภาพภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นของอำเภอเบตง ซึ่งตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาสันกาลาคีรี มีอากาศหนาวเย็น มีสายหมอก และพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,900 ฟุต ซึ่งทำให้ผลไม้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด หรือเงาะ มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ โดยในฤดูกาลที่ผ่านมา ทุเรียนที่ส่งออกกว่า 18 ตัน พบหนอนเพียง 7-8 ลูกเท่านั้น

นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า เป้าหมายหลักคือการผลิตทุเรียนเกรดพรีเมียมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดและลูกค้า ซึ่งทุเรียนสายพันธุ์ดังอย่างมูซานคิง สามารถขายได้ในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 600 บาท และยังคงหมดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคุณภาพที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเขาต้องการให้เกษตรกรรายอื่นๆ หันมาผลิตทุเรียนคุณภาพเพื่อสร้างแบรนด์ ‘ทุเรียนเบตง’ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา ระบุว่าในปี 2567 จังหวัดยะลามีพื้นที่ปลูกทุเรียนรวมกว่า 105,401 ไร่ เพิ่มขึ้น 9.53% จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในอำเภอเบตงที่เกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนแทนยางพาราและผลไม้ชนิดอื่น เนื่องจากราคาดีอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คาดการณ์ว่าปีนี้ผลผลิตทุเรียนจะออกสู่ตลาดไปจนถึงต้นเดือนตุลาคม

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...