Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดโปรดเกล้าฯ "มูลนิธิชัยพัฒนา"สร้าง "หลุมหลบภัย"ชายแดนสุรินทร์

โปรดเกล้าฯ “มูลนิธิชัยพัฒนา”สร้าง “หลุมหลบภัย”ชายแดนสุรินทร์

-

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนา จัดสร้าง “หลุมหลบภัย” เพื่อปกป้องราษฎรที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดน

ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็นผู้แทนมูลนิธิชัยพัฒนา ในการเข้าสำรวจและสอบถามความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ พบว่ายังมีชาวบ้านบางส่วนไม่ได้อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว แต่ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านตัวเองในหมู่บ้านเขตพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดน จังหวัดสุรินทร์ อีกทั้งหมู่บ้านดังกล่าวไม่มีหลุมหลบภัย

เมื่อเกิดเหตุปะทะตามแนวชายแดนและมีเสียงปืนดังขึ้น ชาวบ้านจำเป็นต้องไปหลบกระสุนปืนใหญ่กันในท่อลอดใต้ถนน เช่น คุณยายเล็ก ทองสิน เล่าว่า “พอได้ยินเสียงปืนก็รีบเดินไปหลบอยู่ในท่อ พอเสียงปืนเงียบก็กลับบ้านไปหุงข้าวกิน กินข้าวเสร็จกลับไปอยู่ต่อในท่อ เป็นอย่างนี้อยู่สามวัน”

นอกจากนี้ผู้ที่อยู่ตามแนวชายแดนมีความวิตกกังวลกับโดรนที่บินวนเวียนเหนือหมู่บ้านทุกคืนในช่วงนี้

ความทราบถึง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ซึ่งทรงติดตามและทรงห่วงใยความเดือดร้อนของราษฎรตามแนวชายแดน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนา จัดสร้างหลุมหลบภัยในพื้นที่หมู่บ้านสองแห่งที่ยังไม่มีสิ่งป้องกันภัย ในอำเภอสังขะ และอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์

มูลนิธิชัยพัฒนาได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน (ชรบ.) โดยทันที เพื่อร่วมกันจัดสร้างหลุมหลบภัยอย่างเร่งด่วน โดยมูลนิธิชัยพัฒนาจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างส่งเข้าไปยังหมู่บ้านทั้งสองแห่ง

แห่งแรกจัดทำเป็นหลุมหลบภัยบล็อกคอนเวิร์ส (Converse Block) ขนาด 3 บล็อกต่อกัน จำนวน 2 จุด ประชาชนสามารถหลบภัยได้ประมาณ  20-30 คน ต่อหนึ่งจุด ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568

แห่งที่สองเป็นการนำท่อบล็อคคอนเวิร์ส จำนวน 6 บล็อควางเรียงติดกันในจุดเดียวกัน ประชาชนสามารถหลบภัยได้ประมาณ 50-60 คน ดำเนินการแล้วเสร็จในวันที่ 6 สิงหาคม 2568

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แก่พสกนิกรในพื้นที่ชายแดน ที่ยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนและอันตรายจากสถานการณ์ความไม่สงบ

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...