Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด‘บ้าน’ ที่รอวันกลับ … กับความช่วยเหลือที่ไม่เคยจางหาย

‘บ้าน’ ที่รอวันกลับ … กับความช่วยเหลือที่ไม่เคยจางหาย

-

“อยากกลับบ้าน”… คำพูดของคุณยายวัย 95 ปี ผู้ที่ไม่มีแม้แต่ญาติพี่น้อง คุณยายจำเป็นต้องย้ายมาอยู่ที่ศูนย์อพยพ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมกับเพื่อนบ้าน นับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย -กัมพูชา

แม้ที่นี่จะมีคนคอยดูแลความเป็นอยู่และสุขภาพของคุณยายซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ถือเป็นคนแปลกหน้า ที่กลายเป็นเหมือนลูกหลานที่เฝ้าดูแลไม่ขาด แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ไม่เหมือนอยู่บ้าน ความรู้สึกของคุณยายไม่ต่างจากผู้อพยพอีกกว่า 96,000 คน ในศูนย์อพยพ 495 จุด ใน 4 จังหวัด

 ถึงแม้ภาพรวมเหตุการณ์ทั่วไปในวันนี้ ยังไม่มีรายงานเหตุการณ์รุนแรงในทุกพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน แต่หลายชีวิตยังต้องทิ้งบ้านและมาอยู่ร่วมกันในศูนย์อพยพ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ขณะเดียวกันทหารแนวหน้าก็ยังตรึงกำลังไม่ถอยเช่นกัน

สิ่งของจำเป็น อาหาร น้ำดื่ม ฯลฯ ต่างหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อเติมเต็มให้ศูนย์อพยพ เป็นเหมือนบ้านสำหรับพักกาย-พักใจของทุกคน จากความห่วงใยของคนไทยที่มีต่อคนไทยด้วยกัน

หนึ่งในทีมงานที่ไม่หยุดส่งความช่วยเหลือ คือ ซีพีเอฟ ที่เป็นคลังอาหารคอยเติมเต็มให้แก่โรงครัวพระราชทาน โรงครัวกลาง และโรงครัวอาสาที่เป็นเครือข่ายพันธมิตร ที่เร่งส่งทั้งอาหารสด หมู ไก่ ไข่ไก่ มาเป็นเสบียงจากแนวหลังสู่ด่านหน้ามาตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุการณ์ จนถึงวันนี้น้ำใจที่มียังไม่เคยเหือดหาย

โดยมีทีมงานจิตอาสา เดินหน้าเคียงข้างทุกวิกฤติ ลงพื้นที่ศูนย์พักพิง ทั้งทำหน้าที่ส่งอาหารสดเข้าโรงครัวต่างๆ พร้อมตั้งโรงครัวอาสาทำอาหารปรุงสำเร็จสดใหม่ส่งถึงพี่น้องประชาชน ให้ได้รับประทานอาหารร้อนๆ แทนกำลังใจที่ทุกคนมอบให้ ฝากไปกับมื้ออาหาร พร้อมมอบของใช้จำเป็นทั้งที่ศูนย์อพยพ และเข้าเยี่ยมให้กำลังใจทีมอาสาอยู่เฝ้าพื้นที่ชุมชน

ล่าสุด ซีพีเอฟ ร่วมเชิดชูทหารกล้า ผู้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องประเทศไทย ด้วยการเปิดรับ บุตร คู่สมรส หรือบุคคลในครอบครัว ของทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ เข้าทำงานกับบริษัทฯ เพื่อสานต่อคุณค่าของความกล้าหาญ

ขอบคุณทุกหัวใจของผู้ให้ ทั้งเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ทีมงานจิตอาสา และทุกภาคส่วนที่ร่วมด้วยช่วยกันมาตลอด ทุกคนยังพร้อมส่งกำลังใจและความห่วงใยต่อไป ไม่ถอยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย…

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...