หน้าแรกข่าวล่าสุดพลิกไร่มัน ปลูกไผ่เลี้ยง นำหน่อไม้อัดถุงขายรายได้ 1.5 หมื่น/เดือน

พลิกไร่มัน ปลูกไผ่เลี้ยง นำหน่อไม้อัดถุงขายรายได้ 1.5 หมื่น/เดือน

-

เกษตรกร บ้านโคกอนุ ต.นายางกลัก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ได้นำหลักเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการทำการเกษตร โดยการปรับพื้นที่ ที่เคยปลูกมันสำประหลังให้เป็นสวนไผ่เลี้ยง 3 ฤดู โดยเกษตรกร ในหมู่บ้าน และ พื้นที่ใกล้เคียงได้มาเรียนรู้ และ เอาไปใช้สร้างอาชีพในครอบครัวจากเดิมได้เคยทำไร่มันสำประหลัง

แต่ประสบปัญหาราตกต่ำ หรือ ประสบปัญหาภัยแล้ง ส่วนบางปีน้ำก็ท่วมบ้างจึงปรับเปลี่ยนพื้นที่ไร่มันสำปะหลังที่เคยทำมานานนับสิบปี หันมาปลูกต้นไผ่เลี้ยงขาย สร้างรายได้ให้กับครอบครัวตอนนี้เฉลี่ยเดือนละไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท

ทั้งนี้ชาวบ้านได้หันมาปลูกไผ่เลี้ยงหลายราย เกษตรกรชาวไร่บางคนก็จะปลูกประมาณ 10-20 ไร่ ทำให้มีรายได้จากการขายหน่อไม้ หน่อไม้ดอง หน่อไม้อัดถุง รวมถึงการจำหน่ายกิ่งพันธุ์ไผ่เลี้ยง โดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงปลายเดือน ก.ย.

ปัจุบันปลูกไผ่ 3 ฤดู สร้างรายได้ให้แต่ละครอบครัวในระยะยาวแล้ว หลังจากใช้เวลาปลูกต้นไผ่เลี้ยง เพียงแค่ 1 ปี ก็สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้น มีทั้งกิ่ง, แขนง, ยอด และ ลำไผ่ รวมถึงการจำหน่ายกิ่งพันธุ์ โดยใช้วิธีตัดกิ่งแขนงมาเพาะชำ ซึ่งไผ่เลี้ยง หรือ ไผ่ 3 ฤดู จำนวน 1 หน่อ เมื่อเติบโตสามารถตัดกิ่งแขนงมาปักชำได้ประมาณ 5-6 กิ่ง

ส่วนหน่อไผ่ก็นำมาแปรรูปเป็นหน่อไม้ดองหรือ บรรจุใส่ถุงถุงละ 1 กิโลกรัม หรือขายเป็นหน่อ ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรโดยเฉลี่ยเดือนละ 15,000 บาท นับว่า เป็นรายได้ที่ดีทีเดียวเลย โดยมีพ่อค้าคอยรับซื้ออยู่ตลอดทุกวัน ในระยะนี้ไปจนถึงปลายเดือนกันยายนนี้

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...