หน้าแรกข่าวล่าสุดเนรมิตมรดกพ่อแม่ 5 ไร่ ปลูกอินทผาลัม ขายผลสด แปรรูปครบวงจร

เนรมิตมรดกพ่อแม่ 5 ไร่ ปลูกอินทผาลัม ขายผลสด แปรรูปครบวงจร

-

จังหวัดชัยภูมินับว่าเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว มาที่นี้เที่ยวได้ทั้งปี ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวจะได้มาสัมผัสทางธรรมชาติอันสวยามแล้วยังมีผลไม้นานาชนิดที่ชาวบ้านชาวสวนได้เตรียมไว้รองรับนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ที่อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ก็ไม่น้อยหน้าที่อื่นเช่นกัน

อำเภอเมือชัยภูมินั้นมีเกษตรกรหลายรายได้ทำสวนอินทผาลัมพืชเศรษฐกิจทำเงินสร้างรายได้งดงามให้กับครอบครัว เช่นเดียวกับ น.ส.ณัฏฐชา ฝาชัยภูมิ เจ้าของสวนอินทผาลัมเกอร์กับอ้อน ได้เนรมิตสวนของพ่อแม่ ที่มีอยู่กว่า5ไร่ ทำสวนอินทผาลัมไว้ต้อนรับนักท่องเทียวที่จะเดินทางมาเที่ยวชัยภูมิและแวะชมสวนอินทผาลัมเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นของฝากในราคาที่จับต้องได้  ราคาเริ่มต้น กก.ล่ะ150-200บาท

นอกจากนั้นยังได้แปรรูปอินทผาลัมในสวนเป็นขนมเค้กเกอร์ และน้ำผลไม้จากอินทผาลัมให้นักท่องเที่ยวได้กินได้ชิมซื้อเป็นของฝากติดมืออีกด้วย โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินถ่ายภาพกับสวนอินทผาลัมและชิมฟรีในสวนก่อนเดินทางกับในจุดบริการนักท่องเที่ยวได้อย่างสนุกสนานอิ่มก่อนซื้อทีหลังได้เลย

ด้าน น.ส.ณัฏฐชา ฝาชัยภูมิ  อายุ23ปี ต.นาฝายอ.เมือง จ.ชัยภูมิ หลัง สนง.วัฒนธรรม จ.ชัยภูมิ เจ้าของสวน  สวนอินทผาลัมเกอร์กับอ้อน บอกว่า สวนอินทผาลัมเกอร์กับอ้อน พร้อมเปิดให้บริการนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาเที่ยวชมและชิมฟรีที่สวนได้แล้วณ.เวลานนี้ สำหรับสวนเกอร์กับอ้อนได้มีปลูก อินทผาลัม ทั้งหมด 5ไร่ โดยมีอินทผาลัมที่ปลูกอยู่ 2สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ บาฮี สีเหลือง 95% ขายราคากิโลกรัมล่ะ150บาท และโคไนซี่  สีแดงอีก5% ขายราคา200บาท อินทผาลัมที่สวนจะมีรสหวาน หอมและกรอบอร่อยถูกปากลูกค้า

นอกจากนี้ทางสวนยังได้นำเอาผลของอินทผาลัมมาแปรรูป ขนมเค้กเกอร์ และอินทผาลัมไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย โดยขนมเค้กเกอร์ขายในราคาห่อล่ะ 30บาท น้ำอินทผาลัมและน้ำอินทผลัมน้ำผึ้งมะนาว ขายเป็นแก้วราคาแก้วล่ะ30บาทเป็นขวดขวดล่ะ25บาท หากสนใจจะเดินทางมาเที่ยวชมสวนโทรสอบถามได้ที่ 087-7052639,085-6118523

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...