Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดปุ๋ยอินทรีย์ “ไทยกรีน” มาไกล ตอบโจทย์ชาวสวนยาง-ผลไม้สุดเขตแดนสยาม

ปุ๋ยอินทรีย์ “ไทยกรีน” มาไกล ตอบโจทย์ชาวสวนยาง-ผลไม้สุดเขตแดนสยาม

-

นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา ภาคใต้ตอนล่างเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน หลังจากก่อนหน้านี้เจอสภาพอากาศร้อนอย่างหนัก ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตร ต้องเผชิญกับโลกร้อนระอุ ทำให้ดอกทุเรียนเริ่มเหี่ยว พอมาเจอฝน เจอลมกระโชกแรง ทำให้โดนกระหน่ำซ้ำ ผลอ่อนร่วง สร้างความเสียหายกับเกษตรกร

ขณะเดียวกัน “ชาวสวนยางพารา” เอง เพิ่งผ่านฤดูกาลยางผลัดใบในช่วงหน้าร้อนไปไม่นาน ปัจจุบันเริ่มได้น้ำฝน มาสร้างความชุ่มฉ่ำ ต้นยางใบเขียวชะอุ่มขึ้นมา ชาวสวนพร้อมที่ทำการกรีดยางฤดูใหม่กันแล้ว  จึงเป็นช่วงจังหวะที่ชาวใต้กำลังหาปุ๋ยที่ดี มีคุณภาพมาบำรุงต้นยาง และไม้ผล ทั้งประเภททุเรียนที่อยู่ในช่วงออกผลอ่อน ชาวสวนรอเก็บออกมาจำหน่ายในตลาดอีก 3 เดือนข้างหน้า

“ส่วนชาวนา” พักนี้อยู่ในช่วงที่เพาะปลูกต้นกล้า พร้อมที่ลงไปดำนากันในเร็วๆนี้ เนื่องจากในทุ่งนาเริ่มมีน้ำขัง สามารถที่ให้รถไถนาลงไปพรวนดิน เตรียมพื้นที่ดำนาปีได้อีกไม่นาน ซึ่งภาพรวมเกษตรกรปลายด้ามขวานส่วนใหญ่ปีนี้ ยังเจอปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางเงิน แถมสินค้าที่ใช้ในการทำการเกษตร ยังมีความผันผวน โดยเฉพาะราคายางพารายังอยู่ในสภาวะที่ราคายังไม่ดี แถมยังเจอกับโลกรวน จากผลกระทบฝน ฟ้า อากาศ แปรปวนมาตลอดช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา

“โครงการต่อลมหายใจเกษตรไทย” เป็นทางเลือกหนึ่ง ที่จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระในการซื้อปุ๋ย ด้วยการนำปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดี “ไทยกรีน” มาสู่พี่น้องชาวใต้ ที่ต้องการลดต้นทุนในการเลือกใช้ปุ๋ยราคาแพงๆก่อนหน้านี้ ที่ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกภาระต้นทุนสูง แต่ “ปุ๋ยไทยกรีน” ทางผู้จัดจำหน่ายจะให้เครดิตผู้ซื้อปุ๋ยผ่อนชำระได้ 6 เดือน

ล่าสุด ซาบียะ สามะ ตัวแทนขายปุ๋ยไทยกรีนจากจ.ยะลา กล่าวว่า ตอนนี้ปุ๋ยไทยกรีนเริ่มนำมามอบให้เกษตรกร ผู้ทำสวนยางและสวนผลไม้ทดลองใช้กัน โดยกลุ่มชาวสวน แถวอ.บันนังสตา จ.ยะลา และอ.เมือง จ.ปัตตานี จะซื้อใช้ในการทำนา อีกส่วนหนึ่งจะนำไปใส่ปุ๋ยปรับปรุงดินสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งในพื้นที่ยะลานั้น มีชาวสวนผลไม้ที่ปลูกทุเรียน เงาะ ลองกองสนใจกันจำนวนมาก ซึ่งในอนาคตอันใกล้ จะเข้าไปเจาะตลาดอ.ธารโต ซึ่งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวนี้ มีชาวสวนผลไม้จำนวนมาก ที่อยู่ในช่วงที่ใส่ปุ๋ย บำรุงต้นผลไม้ให้มีความเจริญเติบโตที่ดีและเมื่อต้นมีความสมบูรณ์แล้ว ส่งผลที่ดีต่อผลไม้ที่ออกมาสมบูรณ์

“ข้อดีของปุ๋ยไทยกรีน ช่วยเกษตรผ่อนชำระได้ 6 เดือนแล้ว สามารถต่อลมหายใจพี่น้องเกษตรกรได้มีสภาพคล่องการเงินในระดับหนึ่ง ที่ไม่ต้องหาซื้อปุ๋ยราคาแพง ที่สำคัญ ปุ๋ยอินทรีย์ ที่เลือกใช้วัตถุดิบจากเปลือกไม้ยูคาลิปตัส ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักจากอุตสาหกรรม เยื่อกระดาษในเครือ SCGP ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพืชผล ไม้ยืนต้น พืชไร่ ยิ่ง ยิ่งต้นทุเรียนกำลังออกลูกขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ เลือกใช้ปุ๋ยประเภทนี้ได้หมด ไม่มีข้อจำกัด” ซาบียะกล่าวและว่า

ในอนาคตถ้าเกษตรกรเริ่มรู้จัก “ปุ๋ยไทยกรีน” กันกว้างขึ้น มีแนวโน้มว่าตลาดแถบยะลาและปัตตานี น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งเกษตรกรชาวสวนยางและสวนผลไม้ ซึ่งตอนนี้เพิ่งนำมาลงมาจำหน่าย เริ่มมองเห็นทิศทางที่ดี  แต่เมื่อเกษตรกรได้มีการลองใช้ไปแล้ว เห็นผลทันใจ น่าจะมีกระแสตอบเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแน่นอน

สนใจติดต่อ ซามียะ โทร.098-5876419

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...