Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดลูกค้าผวาโรคแอนแทรกซ์ฉุดยอดขายเนื้อวัววูบ

ลูกค้าผวาโรคแอนแทรกซ์ฉุดยอดขายเนื้อวัววูบ

-

เนื้อวัวขอนแก่นราคาปกติ แต่ยอดขายลดลงกว่าครึ่ง เหตุเพราะกังวลจากโรคแอนแทรคระบาด  พ่อค้าคาดรอเหตุการณ์ผ่านไปสักระยะ ทุกอย่างก็จะกลับสู่ภาวะปกติ

เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศร้านขายเนื้อ หรือเขียงเนื้อหลายแห่งในเขต อ.เมืองขอนแก่น หลังเกิดการการระบาดของโรคแอนแทรคที่เกิดขึ้นที่ จ.มุกดาหาร ทำให้ยอดการจำหน่ายเนื้อวัวลดลงและราคาลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเขียวเนื้อที่ จ.มุกดาหาร ที่ราคาลดลงเหลือ กก.ละ 150 บาท เท่านั้น

ขณะที่เขียงเนื้อภายในเขต อ.เมืองขอนแก่นพบว่าราคาขายยังคงปกติแต่ลูกค้าและจำนวนการขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะที่ร้านเนื้อวัวแท้ ชวาลย์ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 125/25 ม.13 ต.ศิลา ถนนกสิกรทุ่งสร้าง หลังวัดป่ารัตนมงคล จ.ขอนแก่น พบว่า ราคาขายยังเท่าเดิมแต่ลูกค้าลดลงยอดขายหายไปกว่าครึ่ง

นายชวาลย์ มาคาร อายุ60 ปีเจ้าของร้านชวาลย์เนื้อวัวแท้ กล่าวว่า ร้านจำหน่ายเนื้อวัวยังขายราคาปกติ โดยที่ร้านขายในราคา กก.ละ 260 บาท แต่ว่าลูกค้าลดลงเยอะ ขณะที่ราคาจากโรงฆ่าสัตว์ก็ไม่มีการปรับราคาลงแต่อย่างใด ดังนั้นถ้าร้านมาลดราคาก็ขาดทุนเพราะราคาต้นทุนไม่ได้ลงด้วย

“ร้านรับเนื้อจากโรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐานมีสัตวแพทย์คอยควบคุมตรวจสอบของโรงฆ่าสัตว์ถ้าไม่ผ่านจะไม่นำมาขายเด็ดขาดถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับวัวที่ติดเชื้อจะเป็นวัวที่ตายวัวป่วยนำมากินดิบจึงเกิดเป็นโรคระบาดขึ้น แต่อิสลามมั่นใจได้เลยว่าถ้าวัวตายจะไม่ไปแตะต้องเพราะมันบาปและจะไม่นำมาทำอาหาร ไม่นำมาขายแน่นอนให้มั่นใจได้ว่าฮาลาลผ่านถูกต้องผู้บริโภคมั่นใจได้ 100%”

นายชวาลย์ กล่าวต่ออีกว่า  ปัจจุบันร้านได้รับผลกระทบมากคือตั้งแต่เกิดโรคระบาดเพราะยอดขายลดลงชัดเจน จากเดิมเคยรับเนื้อมาขายวันละ 30-40 กก. ก็ต้อง ลดลงเหลือวันละ 15-20 กก. เพราะต้องยอมรับว่าคนยังกลัวอยู่ แต่ลูกค้าประจำจะรู้ดีว่าเนื้อที่ร้านได้มาตรฐานและเป็นเนื้อคัดมาอย่างดี ดังนั้นคงต้องให้ผ่านไปสักช่วงเวลานึงผู้บริโภคก็จะกลับมาคึกคักเหมือนเดิมเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นอยู่คนละจังหวัด จึงอาจจะไม่ได้ผลกระทบเกิดขึ้นระยะยาว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...