Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดหนุ่มศรีสะเกษทำฟาร์มตั๊กแตนแปรรูป “ผงโปรตีน”ขายกก.ละหมื่นบาท

หนุ่มศรีสะเกษทำฟาร์มตั๊กแตนแปรรูป “ผงโปรตีน”ขายกก.ละหมื่นบาท

-

แมลงกลายเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่สำคัญในยุคที่ทั่วโลกหันมาตื่นตัวในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพราะการเลี้ยงแมลงจะช่วยโลกในการลดการปล่อยก๊าซมีเทน หรือก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเกิดขึ้นการเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ ปัจจุบัน เกษตรกรไทยหันมาทำฟาร์มเลี้ยงแมลงกันมากขึ้นตามความต้องการของตลาดโลก วันนี้ พามารู้จักฟาร์มเลี้ยงตั๊กแตนครบวงจร ตั้งแต่การเพาะเลี้ยงจนถึงการแปรรูป ตามมาตรฐานออแกนิก และ GAP เพื่อการส่งออก

“นายปิยะณัฐ แสงจันทร์” เจ้าของฟาร์มเลี้ยงตั๊กแตน อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าของบริษัท อีพีซีไอ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผงโปรตีนจากตั๊กแตนผสมธัญพืชแบรนด์ Proins (โปรอินส์) เล่าว่า ได้ลาออกจากงานประจำ ตำแหน่งวิศวกรโรงงานแห่งหนึ่ง จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 มาทำฟาร์มเพาะเลี้ยงตั๊กแตน เพราะมองเห็นโอกาสจากกระแสความต้องการโปรตีนจากแมลงทั่วโลกที่มีความต้องการสูง จึงได้ตัดสินใจเลี้ยงแมลง โดยเป้าหมายสำคัญ คือ การผลิตผงโปรตีนจากแมลงส่งไปขายต่างประเทศโดยใช้พื้นที่จำนวน 4 ไร่ ที่บ้านเกิดของตัวเอง ทำการเพาะเลี้ยงตั๊กแตนตามแนวทางเกษตรอินทรีย์

โดยการปลูกหญ้าบนดินภูเขาไฟที่มีแหล่งแร่ธาตุที่สำคัญ และนำหญ้าที่ได้มาใช้สำหรับการเลี้ยงตั๊กแตน รวมถึงในกระบวนการเลี้ยงตั้งแต่การเพาะเลี้ยงด้วยหญ้าธรรมชาติ การทำโรงเรือนมาตรฐาน ทำให้ฟาร์มของเราได้รับมาตรฐาน GAP จากปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ และตั๊กแตนที่เพาะเลี้ยงได้ นำมาผ่านกระบวนการแปรรูปจากโรงงานผลิตเล็กๆ ที่ได้มาตรฐาน GMP จนได้ออกมาเป็นผงโปรตีน และนำผงโปรตีนมาผ่านกระบวนการแปรรูป จนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์โปรตีนผสมธัญพืช รสชาติต่างๆ ออกมาจำหน่าย และเราก็เป็นผลิตภัณฑ์โปรตีนแบรนด์แรกในประเทศไทยที่ผลิตผงโปรตีนจากแมลง

นายปิยะณัฐ เล่าต่อว่า จากผลการวิจัยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ FAO ที่พบว่าแมลงเป็นสัตว์ที่ให้โปรตีนสูง และเหมาะกับการนำมาใช้เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญสำหรับมนุษย์ ส่งผลให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลก หันมาสนใจในการนำแมลงมาบริโภคมากขึ้น และการแปรรูปแมลงออกมาในรูปแบบของผง เพื่อนำไปต่อยอดแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารในรูปแบบต่างๆ ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนรักสุขภาพ ส่งผลให้ผงโปรตีนจากแมลงในต่างประเทศมีราคาขายกันถึงกิโลกรัมละ 10,000 บาท ด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นแรงจูงใจที่ทำให้ผมตัดสินใจหันมาเพาะเลี้ยงแมลง โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งออกแมลงในรูปแบบของผงโปรตีนออกไปขายในต่างประเทศ รองรับกับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นทุกปี

ทั้งนี้ ในส่วนการเพาะเลี้ยง ได้อาศัยความรู้มาจากคนที่เคยเลี้ยงในพื้นที่ และการไปขอความรู้จากหน่วยงานด้านปศุสัตว์จังหวัด โดยวางแผนตั้งแต่แรกที่จะส่งออก ดังนั้นการเลี้ยงได้มาตรฐาน ด้วยเหตุนี้ ก่อนเลี้ยงผมจึงปรึกษา และขอความรู้จากหน่วยงานด้านปศุสัตว์ เพื่อจะได้ขอมาตรฐาน GAP ด้วย

ในส่วนการผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP เป็นเรื่องที่ผมถนัดที่สุด เพราะผมเรียนจบวิศวกรโรงงาน และทำงานมาทางด้านนี้ นำความรู้ตรงนี้มาต่อยอดในการทำโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานไม่ได้ยากอะไร ซึ่งกระบวนการแปรรูปตั๊กแตนผง หรือแมลงผง จำเป็นที่จะใช้เครื่องจักรช่วยการผลิตเพื่อให้ได้แมลงผงที่มีความละเอียดที่เหมาะสมและจะต้องผ่านกระบวนการผลิตมาตรฐานเพื่อที่จะได้ไม่เกิดแบคทีเรีย หรือจุลินทรีย์ในระหว่างการแปรรูปด้วย โดยแมลงอย่างตั๊กแตน จะใช้วัตถุดิบตั๊กแตนสดถึง 30 กิโลกรัม จะได้ผงตั๊กแตน 1 กิโลกรัม

สำหรับในส่วนผลผลิตที่ได้จากการแปรรูปที่ออกมาเป็นผงโปรตีนจากตั๊กแตน ไม่ได้นำไปขาย เพราะด้วยจำนวนมีไม่ได้เยอะมาก เราก็เลยตัดสินใจว่าจะนำมาต่อยอด โดยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ผงโปรตีนพร้อมดื่มออกมาจำหน่ายเอง เพราะน่าจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการขายเป็นวัตถุดิบตั๊กแตนผง จึงได้ออกมาเป็นโปรตีนพร้อมดื่ม

นายปิยะณัฐ เล่าว่า ในส่วนผสมของโปรตีนพร้อมดื่ม แบรนด์ โปรอินส์ ของเรา จะมีส่วนผสมของ ผงโปรตีนจากแมลง 30 เปอร์เซ็นต์ โปรตีนจากพืช 30 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือจะเป็นส่วนผสมอื่นๆ ที่จะมาช่วยเพิ่มรสชาติทำให้การดื่มโปรตีนของเราง่ายขึ้น ซึ่งข้อดีของการเลือกโปรตีนจากแมลง เมื่อเทียบโปรตีนจากพืชของแบรนด์อื่นๆ ในปริมาณเท่ากัน โปรตีนจากแมลงให้คุณค่าสารอาหารโปรตีนที่เป็นกรดอะมิโนสูงกว่าเท่าตัว ช่วยให้ผู้บริโภคที่เลือกกินผลิตภัณฑ์โปรตีนจากแบรนด์ของเราได้โปรตีนที่สูงกว่าในราคาที่ถูกกว่า

ในส่วนของแผนการตลาด นายปิยะณัฐ เล่าว่า ตนเองได้ผลิตโปรตีน โปรอินส์ ออกมาจำหน่ายเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยเริ่มจากการจำหน่ายในประเทศไทย เป็นการทดลองตลาดก่อนว่า ลูกค้าให้การตอบรับในเรื่องของรสชาติ ฝอย่างไร ลูกค้าที่ได้ดื่มส่วนใหญ่ไม่ติดในรสชาติ แต่เป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่แรก คือ การส่งออกและประเทศกลุ่มเป้าหมายหลักที่ตั้งใจ คือ ประเทศจีน ที่เลือกประเทศจีน เพราะจำนวนประชากรของเขาเยอะมาก แค่เมืองเดียวมีประชากรมากกว่า ประเทศไทย ทั้งประเทศ ก็เลยเลือกที่จะเข้าไปทำตลาดในประเทศจีน ประกอบกับคนจีนเชื่อมั่นในผู้ผลิตสินค้าจากประเทศไทย มากกว่า ผู้ผลิตในประเทศของตัวเองเสียอีก และตอนนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้จัดจำหน่ายในประเทศจีน

นายปิยะณัฐ เล่าต่อว่า ส่วนช่องทางจำหน่ายในประเทศไทย มีขายผ่านเว็บไซต์ และช่องทางโซเชียลของบริษัท ส่วนตัวแทนที่นำสินค้าของเราไปจำหน่ายจะได้รับค่าตอบแทน 1 ซอง ให้ผลตอบแทน 10 บาท ซึ่งถ้าขายได้ 100,000 ซอง ได้ 1 ล้านบาท เราตั้งเป้ายอดขายในประเทศไทยไม่เยอะมาก เพียงแค่มีลูกค้าประจำที่ซื้อต่อเนื่องไม่เกิน 4,000 ราย ก็สามารถอยู่ได้แล้ว ส่วนผลตอบแทนหรือกำไรจากการทำฟาร์มจนได้ออกมาเป็นโปรตีนพร้อมดื่มจากผงโปรตีนตั๊กแตนในครั้งนี้ ได้ประมาณไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่อยู่ในเรื่องการทำตลาด ส่วนการผลิตและต้นทุนในการทำฟาร์มเพาะเลี้ยงตั๊กแตนไม่ได้สูงมาก ส่วนราคาตั๊กแตนสด ปัจจุบันอยู่กิโลกรัมละไม่เกิน 200-300 บาท ขึ้นอยู่กับฤดูกาล การเลี้ยงตั๊กแตน หรือแมลงชอบอากาศร้อน ถ้าหน้าหนาวไม่ค่อยกินอาหาร หรือผสมพันธุ์ ทำให้ผลผลิตในช่วงนั้นน้อย

การลงทุนทำฟาร์มตั๊กแตน รวมถึงการแปรรูปจนได้ผลิตภัณฑ์ผงโปรตีนซุปเปอร์ฟู้ดส์ออกมาในครั้งนี้ “นายปิยะณัฐ” บอกว่า ได้ลงทุนไปแล้วประมาณ 2 ล้านบาท เป็นการนำเงินเก็บที่ได้จากการทำงานมาลงทุนทำตรงนี้ แต่พอมาเข้าถึงในกระบวนการทำตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเองไม่ถนัด และเป้าหมาย คือ การส่งออก ทำให้เราจำเป็นที่จะต้องมีเงินทุนมาต่อยอดเพิ่มอีกคาดว่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน ช่วงนี้อยู่ในระหว่างการขอกู้กับสถาบันการเงิน และการขอทุนเพื่อทำการวิจัยเพื่อต่อยอดการตลาด อยู่ระหว่างการนำเสนองานวิจัยกับหน่วยงานสนับสนุนผู้ประกอบการของภาครัฐเข้ามาช่วยเพื่อให้กิจการเดินต่อไปได้ หรือสอบถามได้ที่โทร.08-0055-2698

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...