หน้าแรกสังคม"หมอเปรม"ซัดรัฐบาลแจ้งเตือนแผ่นดินไหวล้มเหลวจี้นายกฯมาตอบกระทู้กลางสภา

“หมอเปรม”ซัดรัฐบาลแจ้งเตือนแผ่นดินไหวล้มเหลวจี้นายกฯมาตอบกระทู้กลางสภา

-

“สว.เปรมศักดิ์”ยื่นกระทู้สดถามนายกฯพรุ่งนี้ ถึงความด้อยประสิทธิภาพในการแจ้งเตือนประชาชนรับมือแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงจนเกิดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชนครั้งใหญ่ ซัดมีเครื่องมือพร้อมแต่ทำไมการแจ้งเตือนล้มเหลว

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2568 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ตนจะยื่นกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในการประชุมวุฒิสภาในวันพรุ่งนี้ ( 31 มี.ค.) ถึงเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่าศูนย์กลางอยู่ในประเทศเมียนมาแต่ประเทศไทยได้รับผลกระทบหลายจังหวัดโดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ถือว่า เป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยครั้งร้ายแรงมาก แต่ทำไมหน่วยงานที่รับผิดชอบในการแจ้งเตือนประชาชน คือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) และกสชท. ถึงไม่มีการแจ้งเตือนและแจ้งเตือนล่าช้า ช้ากว่าเว็บไซต์การพนันออนไลน์เสียอีก จนก่อให้เกิดความตื่นตระหนก มีข่าวลือต่างๆ ออกมามากมาย จนเกิดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า การใช้ช่องทางแจ้งเตือนที่หลากหลายจะช่วยให้เข้าถึงประชาชนได้ทั่วถึง โดยเฉพาะในปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารมีความก้าวหน้า การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ เช่น แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน การแจ้งเตือนผ่าน SMS หรือการใช้สื่อสังคมออนไลน์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนภัยให้ทันท่วงที และเข้าถึงประชาชนได้อย่างกว้างขวาง รวมถึงการบูรณาการระบบแจ้งเตือนภัยให้เป็นระบบเดียวกันทั้งประเทศ ก็จะช่วยให้การแจ้งเตือนมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบดังกล่าวควรเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกสทช. เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว และควรมีการเชื่อมโยงระบบเตือนภัยกับประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ สิ่งที่กล่าวมาเหมือนว่าประเทศไทยมีความพร้อมทั้งหมด แต่สงสัยว่าการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ทำไมถึงไม่มีการแจ้งเตือน และแจ้งเตือนล่าช้า จนทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ต้องยอมรับว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นนี้อย่างมาก ตนจึงจำเป็นต้องยื่นกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรีว่า 1.จะกำหนดมาตรการการแจ้งเตือนพิบัติภัยและสาธารณภัยให้เท่าทันต่อสถานการณ์อย่างไร 2.จะประสานงานกับหน่วยงานรัฐ เอกชน ไม่ให้มีผลกระทบต่อความเป็นปกติสุขของประชาชนอย่างไร และ 3.ทำไมการก่อสร้างตึกของสตง.ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบการใช้งบประมาณของส่วนราชการอื่นๆ ถึงถล่มระหว่างการก่อสร้าง และถล่มอยู่ตึกเดียว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...