Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดมะม่วงมันขุนศรี ปลูก 28 ต้น โกยรายได้ ปีละ 2 แสน

มะม่วงมันขุนศรี ปลูก 28 ต้น โกยรายได้ ปีละ 2 แสน

-

ในอดีต เมืองไทยมีสายพันธุ์มะม่วงไทยโบราณหลายร้อยสายพันธุ์ แต่ทุกวันนี้ มะม่วงเหล่านั้น นับวันแทบจะสูญหายไปหมด เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่เลือกปลูกมะม่วงที่ได้รับความนิยมเชิงการค้าเสียเป็นส่วนใหญ่ เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง น้ำดอกไม้เบอร์สี่ มหาชนก ฯลฯ ทำให้เด็กรุ่นลูก รุ่นหลาน ไม่รู้จักว่า ต้นมะม่วงโบราณเหล่านั้น มี หน้าตา รสชาติเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม “มะม่วงมันขุนศรี” หนึ่งในมะม่วงสายพันธุ์โบราณที่มีรสชาติอร่อยเด็ด ทั้งผลดิบและผลสุก ของ “สวนบุญศิริ” อ.บ้านนา จ.นครนายก ที่ปลูกมะม่วงมันขุนศรี ซึ่งสายพันธุ์มะม่วงมัน ที่คนไทยชื่นชอบเป็นพิเศษ โดยอันดับหนึ่ง คือ “ มะม่วงเขียวเสวย ” ซึ่งมีขนาดผลปานกลาง มะม่วงชนิดนี้ ติดผลไม่ค่อยดก ผลดิบมีรสเปรี้ยว เมื่อแก่จัดจนถึงเนื้อเหลือง มีรสมันอร่อยมาก

ขณะที่อันดับสอง คือ  “มะม่วงมันขุนศรี”” ซึ่งเป็นมะม่วงสายพันธุ์โบราณ ที่มีถิ่นกำเนิดในย่านตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี และแถบ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี โดยทั่วไป ต้นมะม่วงมันขุนศรี เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-20 เมตร หากต้องการกินเนื้อมะม่วงที่มีรสมัน ต้องเลือกผลแก่ที่จัดเท่านั้น เพราะผลดิบที่ยังไม่แก่จัดจะมีเปรี้ยว รสมันของมะม่วงชนิดนี้ อาจมีรสชาติเป็นรองมะม่วงเขียวเสวยสักเล็กน้อย แต่ผลสุกจะมีรสชาติอร่อยกว่ากลุ่มมะม่วงมันทุกชนิด ที่สำคัญมะม่วงชนิดนี้ให้ผลดกและติดผลง่ายทุกปี

คุณจิตร ถือธรรม  เจ้าของ “ สวนบุญศิริ ” เล่าว่า เดิมทีครอบครัวถือธรรม มีอาชีพทำนาปลูกข้าวเป็นรายได้หลักเลี้ยงดูครอบครัวมาตลอด แต่รายได้จากการทำนา ไม่เพียงพอสำหรับดูแลครอบครัว จึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจากครอบครัวชาวนา มาเป็นครอบครัวชาวสวน เมื่อ 10 กว่าปีก่อน

ทั้งนี้ได้ปรับที่นาเนื้อที่ 48 ไร่มาเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน ใช้พื้นที่ทุกส่วนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น มะยงชิด มะนาว ส้มโอ ขนุน กระท้อน ทุเรียน เงาะ กระท้อนห่อ ฯลฯ ในช่วงต้นปี สวนแห่งนี้จะมีรายได้จากการขายผลมะยงชิดที่ปลูกไว้จำนวน 300 ต้น เมื่อหน้ามะยงชิดหมด จะมีผลมะม่วงออกขาย เช่น มันบางขุนศรี ทองดำ น้ำดอกไม้ พิมเสน เขียวเสวย ฯลฯ หากเหลือมะม่วงสุกจำนวนมากจนขายไม่ทัน ก็จะนำมาแปรรูปเป็นมะม่วงกวนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ทุกวันนี้ “ มะม่วงมันขุนศรี ”เป็นพระเอกหลักของสวน จะเริ่มเก็บผลผลิตออกขายตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม

คุณจิต เล่าต่อว่า ต้นมะม่วงมันขุนศรี ติดผลง่าย ให้ผลดกทุกปี ผล มะม่วงมันขุนศรีจะมีน้ำหนักเฉลี่ย 3–4 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม หากเป็นต้นที่ผลไม่ดกมาก จะได้ผลมะม่วงลูกโตน้ำหนักเกือบลูกละ 1 กิโลกรัม จึงต้องใช้ไม้ค้ำกิ่ง เพื่อช่วยไม่ให้กิ่งหักเสียหาย โดยจุดเด่นของมะม่วงมันขุนศรีด้านรสชาติ ทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก สำหรับผลอ่อนที่ยังดิบ จะมีรสเปรี้ยวจัด ฉ่ำน้ำ และเนื้อกรอบ นิยมนำมะม่วงผลอ่อนไปปอกเปลือกและสับซอยเป็นเส้นฝอย เพื่อปรุงรสเป็นมะม่วงยำ หรือนำไปฝานเป็นชิ้นๆ เพื่อจิ้มกับพริกเกลือป่น หรือจิ้มน้ำปลาหวาน รับรอง กินอร่อยจนแทบหยุดไม่ได้

“มะม่วงมันขุนศรี มีรสชาติเด่น 3 รส คือ หวาน มัน เปรี้ยว สำหรับมะม่วงเขียวเสวย แม้ผลที่แก่จัดจะมีรสมันเหมือนกัน แต่เปรียบเทียบรสชาติแล้ว มะม่วงมันขุนศรี จะมีเนื้อกรอบกว่า เนื้อแป้งน้อยกว่ามะม่วงเขียวเสวย เวลาใช้มีดฝานเนื้อมะม่วงมันขุนศรี จะไม่เห็นเนื้อแป้งติดบนใบมีด เลย เวลาปอกจะมีน้ำออกมารสชาติหวาน เนื้อมะม่วงกรอบอร่อย ”

“ต้นมะม่วงมันขุนศรี เป็นมะม่วงสายพันธุ์ไทยโบราณที่ปลูกดูแลง่าย ในแต่ละปี เสียค่าใช้จ่ายในการดูแลต้นมะม่วงมันขุนศรีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นค่าปุ๋ยคอก ซึ่งใส่เพียงปีละ 1 ครั้ง ส่วนสารเคมี ใช้น้อยมากหรือแทบไม่ใช้เลย การปลูกมะม่วงมันขุนศรีจึงให้ผลกำไรแบบเต็มๆ น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรที่อยากปลูกมะม่วงเชิงการค้าในอนาคต เพราะปลูกง่าย ขายคล่อง ให้ผลดก รสชาติอร่อย ที่สำคัญมีคนปลูกมันขุนศรีค่อนข้างน้อยจึงเป็นโอกาสที่เกษตรกรควรจะรีบปลูกเพื่อเชิงพาณิชย์ ”

หากท่านใดสนใจอยากปลูกมะม่วงมันขุนศรีและการทำสวนเกษตรแบบผสมผสานกับคุณจิต สามารถแวะไปได้ที่ “ สวนบุญศิริ ” บ้านเลขที่ 15 หมู่8 ตำบลป่าขะ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 089-0940791 ( คุณโอ๋) , 086 – 8922225 (คุณอุ๊)

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...