Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด"ประธานาธิบดี" ควายปลักไทยเผือก หนุ่มถูกใจยอมควักเงินครึ่งล้านซื้อตัว

“ประธานาธิบดี” ควายปลักไทยเผือก หนุ่มถูกใจยอมควักเงินครึ่งล้านซื้อตัว

-

“ประธานาธิบดี” ควายปลักไทยเผือก  วัย 18 เดือน ลักษณะตรงตามตำรับควายดีโบราณ ทำเอาหนุ่มถูกใจยอมควักเงินครึ่งล้านซื้อตัวไปขยายพันธุ์เพื่ออนุรักษ์และต่อยอดธุรกิจเชิงพาณิชย์ในอนาคต

นายเชิดพงษ์ ผึ่งฉิมพลี อายุ 41 ปี และนายชัยชนะ ดำครบุรี อายุ 32 ปี หรือ สท.ดำ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลลำนางแก้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เจ้าของฟาร์มโคกระบือ บ้านไทย – กล้วยหอมฟาร์ม ได้ทุ่มเงินจำนวน 490,000 บาท เพื่อซื้อเจ้า “ประธานาธิบดี” ซึ่งเป็นควายเผือกเพศผู้สายพันธุ์ไทยแท้วัย 18 เดือน จากนายวีรเชษฐ์ ยี่สารพัฒน์ เกษตรกรชาวตำบลตะคุ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

ภายหลังจากได้พบและเกิดถูกใจโดยทันที ในการประกวดกระบือปลักไทยเผือกในงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ.2568 ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 68 ที่ผ่านมา เพื่อหวังที่จะนำไปขยายรักษา และพัฒนาสายพันธุ์กระบือเผือกสายพันธุ์ไทยแท้ให้คงอยู่สืบต่อไปในอนาคต

นายเชิดพงษ์ ผึ่งฉิมพลี ซึ่งเป็นผู้ทุ่มทุนซื้อเจ้าประธานาธิบดี บอกว่า ถูกใจตรงที่ควายตัวนี้ที่หัว ทรงเขา และลำตัวที่ใหญ่ยาว มีลักษณะที่ดีกว่าควายเผือกอื่นๆ ทั่วไป จึงคิดว่าอยากที่จะนำไปเพาะขยายพันธุ์ รักษาสายพันธุ์เอาไว้ภายในฟาร์ม อีกทั้งอาจจะยังสามารถนำไปพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีได้ยิ่งขึ้นไปอีก

นอกจากรูปร่างลักษณะที่ดีกว่าปกติแล้ว ควายตัวนี้ยังมี 5 ขวัญ คือบริเวณกลางหัว 1 จุด และลำตัวอีกข้างละ 2 จุด ทำให้ตรงตามตำรับควายดีโบราณ อีกทั้งควายตัวนี้ยังได้รางวัลที่ 4 กระบือปลักไทยเผือก จากการประกวดในงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ.2568 ที่ผ่านมาอีกด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่าควายตัวนี้เป็นควายไทยสายพันธุ์แท้ และมีสุขภาพดีเยี่ยม เหมาะแก่การนำไปเลี้ยงและขยายพันธุ์ต่อ เพิ่มสร้างมูลค่าได้ต่อไปอีกในอนาคต

แม้ว่าจะเป็นราคาที่สูงมากหากเทียบกับราคาของควายตามท้องตลาดซึ่งหากเป็นควายปกติขนาดและอายุเท่ากัน ตอนนี้จะมีราคาเพียงประมาณไม่เกิน 20,000 บาทเท่านั้น

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...