หน้าแรกข่าวล่าสุดไม่เกรงกลัวกม.-เมินตัดความช่วยเหลือ เกษตรกรลอบเผาไร่อ้อยต่อเนื่อง

ไม่เกรงกลัวกม.-เมินตัดความช่วยเหลือ เกษตรกรลอบเผาไร่อ้อยต่อเนื่อง

-

อุทัยธานี- เอาอีกแล้ว!!ชาวบ้านส่งคลิปเผาไร้อ้อยให้นักข่าว บอกไม่เกรงกลัวกฎหมาย ส่วนอีกอำเภอ เผาไร้อ้อยต่อหน้านักข่าวเลย ลั่นไม่เผาตัดไม่ได้

ผู้สื่อข่าวได้รับคลิปจากพลเมืองดี ซึ่งเป็นชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้ส่งคลิปภาพมีคนลักลอบเผาไร่อ้อยในช่วงกลางดึกของวันที่ 24 ม.ค.68 ที่ผ่านมาซึ่งไร้อ้อยนั้นติดกับถนนและมีบ้านของชาวบ้านเป็นบางส่วนอยู่ใกล้กับไร้อ้อยดังกล่าว โดยเปิดเผยว่าขณะพลเมืองดีนั้น ได้ขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านผ่านเส้นทางเส้นนี้ ได้เห็นควันดำฟุ้งอยู่ตามท้องถนนจึงได้หยิบมือถือถ่ายภาพส่งให้นักข่าว

คาดว่าต้องมีชาวบ้านลักลอบจุดเผาไร่อ้อยอย่างแน่นอน จนทำให้ไฟลุกลามมาที่บริเวณหญ้าแห้งที่ติดกับถนน กระจัดกระจายเต็มท้องถนน ซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุควันมองทางไม่เห็นได้ โดยมือดีไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทั้งนี้ชาวบ้านยังได้เปิดเผยอีกว่า ลักลอบเผาไร่อ้อยนั้นจับตัวกระทำผิดยาก และไม่ค่อยออกมายอมรับผิดโดยอ้างว่า มีคนมาโยนก้นบุหรี่ทิ้งใส่บ้าง หรือโดนกลั่นแกล้งวางเพลิงบ้าง

ทั้งนี้พื้นที่ ของอำเภอลานสัก ได้มีข่าวออกไปเมื่อ 2 วันก่อน หลังมีชาวเกษตรกรปลูกไร่อ้อย ลักลอบเผาไร่อ้อย ในพื้นที่ของหมู่ 18 บ้านน้ำซับพัฒนา ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี โดยจนท.ตร.ได้เปรียบเทียบปรับ ผู้กระทำความผิดไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยทางอำเภอลานสัก ร่วมกับเกษตร ลงพื้นที่ และชี้แนะนำมาตราการภาครัฐที่จะดำเนินการต่อไป และงดให้ความช่วยเหลือโครงการทางเกษตรหากฝ่าฝืนการเผาจะถูกยกเลิกเพิกสิทธิในที่ดินทำกินต่อไป

ส่วนพื้นที่ของ ต.คลองเคียน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี วันนี้ระหว่างผู้สื่อข่าวได้ขับรถยนต์ผ่านมาบนถนน ได้พบกับชาวบ้าน และคนงานตัดอ้อยประมาณ 3-4 คน ได้ช่วยกันระวังไฟที่กำลังลุกไหม้โหมหนักจากป่าอ้อย มีควันลอยสีดำลอยขึ้นฟ้าจำนวนมาก จึงสอบถามทำไม่ต้องเผา คนงานตัดอ้อยกล่าวว่าที่ต้องเผา เพราะเวลาตัดอ้อย นั้นง่าย และรวดเร็ว และพื้นที่ของอ.หนองฉาง ได้มีการเผาใบอ้อยที่แห้งแล้ว มีควันลอยเป็นวงกว้าง โดยไม่เกรงกลัวกฏหมายกันเลย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...