Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด“ไทย-จีน-ลาว-เวียดนาม”ทำบุญตักบาตรตรุษจีน​สืบสานประเพณีอันดีงาม

“ไทย-จีน-ลาว-เวียดนาม”ทำบุญตักบาตรตรุษจีน​สืบสานประเพณีอันดีงาม

-

ผู้ว่าฯนครพนมนำชาวไทยหลายเชื้อชาติทั้งเวียดนามจีนและสปป.ลาวทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นสิริมงคลเนื่องในวันตรุษจีนสืบสานประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568  ที่บริเวณลานหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม นายปรัชญา อุ่นเพชรวรากร ผวจ.นครพนม พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต รมว.แรงงาน พร้อมด้วย นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนม นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงประชาชนชาวไทย ชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม เชื้อสายจีน รวมถึงชาวลาว ได้พร้อมใจร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตร เพื่อเป็นสิริมงคลเนื่องในวันตรุษจีน เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวไทยเชื้อชาติจีน รวมถึงชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม และชาวลาว แสดงออกถึงความสัมพันธ์อันดีจากอดีตสู่ปัจจุบัน

ทั้งนี้ เนื่องจาก จ.นครพนม ถือเป็นพื้นที่ชายแดนสำคัญที่มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านมายาวนาน รวมถึงชาวไทยเชื้อสายจีน เวียดนาม สปป.ลาว เคยอพยพมาอาศัยในยุคสงครามอินโดจีน จึงมีความสัมพันธ์อันดีมาต่อเนื่อง และมีบางส่วนได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในพื้นที่ จ.นครพนม และสร้างฐานที่อยู่มาถึงปัจจุบัน ทำให้ จ.นครพนม เป็นจังหวัดที่มีหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม จะยังคงสืบสานประเพณีทำบุญไหว้ตรุษจีนมาแต่อดีตถึงปัจจุบัน และถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่อาศัยอยู่ใน จ.นครพนม จำนวนมาก

สำหรับ ในช่วงตรุษจีน ทุกเชื้อชาติจะได้ร่วมกิจกรรมตรุษจีน รำลึกความสัมพันธ์อันดีมาแต่อดีต ในปีนี้ถือว่าครบรอบ 60 ปี ในการก่อสร้างหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ตั้งแต่ปี 2503 ที่ยังเป็นอนุสรณ์มาถึงปัจจุบันให้รำลึกถึง เมื่อครั้งที่ชาวไทยเชื้อสายเวียดนามได้อพยพมาลี้ภัยในยุคสงครามอินโดจีน และเมื่อย้ายกลับมาตุภูมิได้สร้างหอนาฬิกาไว้เป็นอนุสรณ์ กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญมาจนถึงปัจจุบัน เป็นการเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยว รวมถึงมีการก่อสร้างอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ขึ้นที่บ้านนาจอก ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม ทำให้ในช่วงประเพณีสำคัญรวมถึงเทศกาลตรุษจีนจะมีประชาชน นักท่องเที่ยว ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมทำบุญและท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจการค้าชายแดน เงินหมุนเวียนสะพัด และปัจจุบัน จ.นครพนม ถือเป็นจังหวัดท่องเที่ยวชายแดนที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นทุกปี เป็นเมืองรองที่ใครมาเยือน จะต้องจองโรงแรม เนื่องจากจะเต็มในวันศุกร์เสาร์

ข่าว/ภาพ​ : ประทีป​ วชิระ​ธ​ั​ญญา​กุล​ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค​ประจำจังหวัดนครพนม

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

5 ปีสู่ความสำเร็จ!สวนปาล์ม “ลุกมาน การียา”อดีตสมาชิกสภา ดูแลรักษาเอาใส่ใจดุจคนในครอบครัว

"ลุกมาน การียา"อดีตสมาชิกสภาจังหวัด เขต 3 ได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยเริ่มทำสวนปาล์มตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาประมาณ 5 ปี ก้าวสู่ความสำเร็จยั่งยืนจากแนวทางการทำสวนของเขาที่ ให้ความสำคัญกับการเลือกพันธุ์ การกำหนดระยะปลูก การใส่ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ต้นปาล์มเจริญเติบโตแข็งแรงและสามารถให้ผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง สวนปาล์มแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเลขที่ 108 ถนนโต๊ะลือแบ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ปลูกประมาณ 60...