Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดพุดซา 3 รสออเดอร์ปังช่วงเข้าปีใหม่ 4 ไร่ฟันเงินแสนมีเท่าไรก็ไม่พอ

พุดซา 3 รสออเดอร์ปังช่วงเข้าปีใหม่ 4 ไร่ฟันเงินแสนมีเท่าไรก็ไม่พอ

-

นครราชสีมา–ฤดูหนาวนี้พุดซา 3 รส ของคุณแสเดือน ประยูรเมฆ วัย 52 ปี ชาวบ้านห้วยทราย ต.บ้านใหม่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ให้ผลผลิตวันละกว่า 100 กิโลกรัม ตระเวนขายละแวกบ้านมีเท่าไรไม่พอ แถมออเดอร์ของฝากปีใหม่จ่ออีกเพียบ 

นางแสงเดือน ประยูรเมฆ อายุ 52 ปี ชาวบ้านห้วยทราย ต.บ้านใหม่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ตัดสินใจปรับเปลี่ยนไร่มันสำปะหลังจำนวน 4 ไร่ มาปลูกพุดซา 3 รส เพื่อส่งขายให้กับท้องตลาดมานานกว่า 3 ปีแล้ว และตอนนี้พุดซา 3 รส กำลังให้ผลผลิตดกเต็มต้น  และขายได้ราคาดี โดยในปีนี้ผ่านมาครึ่งทางของฤดูกาลเก็บเกี่ยวสามารถทำเงินไปได้แล้วเกือบ 5 หมื่นบาท

นางแสงเดือนฯ บอกว่า พุดซา 3 รสที่ปลูกเอาไว้ ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 300 ต้น บนพื้นที่ 4 ไร่ ตอนนี้เข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว กำลังให้ผลผลิตดกเต็มต้น เก็บขายได้วันละประมาณ 100 กิโลกรัม แต่ด้วยความที่ตัวเองใช้คนในบ้านเก็บกันเอง เลยไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ทัน จนมีร่วงหล่นไปจำนวนมาก  เพราะปีนี้สภาพอากาศเหมาะสม มีฝนพอประมาณพอดีกับความต้องการน้ำของพุดซา  รวมถึงสภาพดินที่เป็นดินทราย ทำให้ได้ผลผลิตดีและมีรสชาติเป็นที่ถูกใจของลูกค้า ประเมินว่าปีนี้น่าจะได้เงินจากการจำหน่ายพุดซาแปลงนี้ไม่น้อยกว่า 1 แสนบาท

นางแสงเดือนฯ กล่าวอีกว่า ถือเป็นพืชทางเลือกที่ดีมาก หากเทียบกับการปลูกพืชชนิดอื่นที่นิยมในพื้นที่ อย่างเช่นมันสำปะหลัง อ้อย และข้าวโพด เนื่องจากเป็นพืชสวน อายุการเก็บเกี่ยวนานหลาย 10 ปี ไม่ต้องลงทุนใหม่ทุกปี  การดูแลก็ไม่ค่อยจะยุ่งยากมากนัก เพราะจะมีเฉพาะในการตัดแต่งทรงพุ่มต้นในช่วงมีนาคมของทุกปี จากนั้นก็ดูแลกันตามสภาพ ให้ปุ๋ยคอก และใช้สารเคมีคุมหนอนแมลงในช่วงที่เริ่มติดลูก ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญที่สุด เพราะหากสามารถควบคุมหนอนแมลงในช่วงนี้ได้แล้ว ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง  แต่ละปีจะใช้เงินทุนในการดูแลทั้งสวนประมาณ 2 หมื่นบาท แต่จะมีรายได้จากการจำหน่ายในแต่ละรอบคือระหว่างช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงช่วงปีใหม่ประมาณปีละ 1 แสนบาท

โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่นี้จะมีออเดอร์สั่งซื้อเข้ามากันเป็นจำนวนมาก เพราะส่วนใหญ่จะนิยมนำไปเป็นของฝากญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง ส่วนลูกค้าก็ไม่ต้องหายาก เพราะในช่วงปกติ แค่เก็บเอาไปวางขายตามตลาดละแวกบ้านก็ไม่พอกันแล้ว ส่วนราคาขายนั้นมีราคาเดียวคือ กิโลกรัมละ 40 บาทเท่านั้น  ซึ่งก็เป็นราคาที่ลูกค้ามีกำลังซื้อได้อย่างไม่ลำบากนัก โดยทางสวนจะไม่ได้ขายส่งให้แม่ค้าคนกลาง เพราะจะมีการกดราคา  ซึ่งก็ถือว่าเป็นพืชทางเลือกที่สร้างรายได้ดีและมั่นคงกว่าการปลูกพืชชนิดอื่นที่ราคาไม่แน่นอน.

โดย… ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ // นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...