หน้าแรกข่าวล่าสุดน้ำท่วมใต้จมสวนยางกว่า 5 ล้านไร่ คาดผลผลิตหาย 1.4 แสนตัน

น้ำท่วมใต้จมสวนยางกว่า 5 ล้านไร่ คาดผลผลิตหาย 1.4 แสนตัน

-

ฝนตกถล่มใต้ท่วมหนัก 11 จังหวัด กระทบพื้นที่สวนยางกว่า 5 ล้านไร่ คาดผลผลิตยางหายจากตลาด1.4 แสนตัน

นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดน้ำท่วมและน้ำขังในพื้นที่หลายอำเภอ ครอบคลุมทั่ว 11 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา และสงขลา ซึ่ง กยท. โดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยางได้วิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่สวนยางพาราที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

โดยใช้ข้อมูลพื้นที่ที่มีฝนตกจากเรดาร์กรมอุตุนิยมวิทยามาอ้างอิงพบกลุ่มฝนฟ้าคะนองและกลุ่มฝนกำลังอ่อน-ปานกลาง ปกคลุมพื้นที่สวนยาง 11 จังหวัด คาดว่ามีสวนยางเปิดกรีดที่ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง จำนวน 5,592,621 ไร่ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตยางในพื้นที่ดังกล่าว (เดือนธันวาคม 2567) หายไปกว่า 142,963.23 ตัน หรือคิดเป็น ร้อยละ 24.75 ของผลผลิตยางในเดือนนี้ เนื่องจากสภาพอากาศและฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องทำให้เกษตรกรในพื้นที่ ไม่สามารถออกไปกรีดยาง เครื่องมืออุปกรณ์ในการกรีดยางเสียหาย และบางพื้นที่มีน้ำท่วมขังรอการระบาย ด้วยสาเหตุเหล่านี้อาจทำให้ผลผลิตยางขาดตลาดได้

นายสุขทัศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งให้ กยท. ในทุกพื้นที่ เร่งให้ความช่วยเหลือโดยการมอบถุงยังชีพบรรจุข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพเข้าแจกจ่ายผู้ประสบภัย จัดทำข้าวกล่องและจัดน้ำดื่มมอบให้ชุมชนและโรงพยาบาล และจัดตั้งศูนย์พักพิงโดยเตรียมอาหารเครื่องดื่ม ห้องละหมาด และห้องสุขาให้ผู้ประสบภัยเข้ามาใช้เป็นจุดพักคอยและสามารถจอดรถได้ รวมถึงบูรณาการกับหน่วยงานราชการอื่นๆ และหน่วยบรรเทาสาธารณะภัย หลังสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ กยท. จะเร่งเข้าตรวจสอบสภาพสวนยางของพี่น้องเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท.

ทั้งนี้หากสวนยางประสบภัยจนเสียสภาพสวน หรือ ต้นยางได้รับความเสียหายเกิน 20 ต้น/แปลง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด กยท. จะจัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49(5) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง รายละไม่เกิน 3,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีเงินทุนให้กู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางอีกรายละไม่เกิน 50,000 บาท แบบปลอดดอกเบี้ยตลอดสัญญา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...