Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดต้นทุนพุ่ง ชาวนาอ้อนอยากให้รัฐเห็นใจช่วยเหลืออีก20ไร่พอไปไหว

ต้นทุนพุ่ง ชาวนาอ้อนอยากให้รัฐเห็นใจช่วยเหลืออีก20ไร่พอไปไหว

-

นครราชสีมา -ชาวนาโคราชดีใจจ่อได้รับเงินเกี่ยวข้าว แต่ยังอยากให้รัฐบาลจ่ายคนละ 20 ไร่เหมือนเดิมเนื่องจากต้นทุนทำนาเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นจากชาวนาในพื้นที่อำเภอพิมายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 เห็นชอบ โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการ และพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยช่วยไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท จำนวน 4.68 ล้านครัวเรือน วงเงิน 38,578.19 ล้านบาท

โดยทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แจ้งกำหนดการโอนเงินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 ไปยังเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วประเทศ กว่า 4.61 ล้านครัวเรือนแล้ว ซึ่งพื้นที่ทางภาคเหนือจะรับเงินในวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ส่วนภาคอีสานตอนล่างนั้นจะรับเงินในวันที่ 19 ธันวาคม 2567 ซึ่งจากการสอบถามความคิดเห็นจากชาวนาพบว่าต่างก็รู้สึกดีใจที่จะได้รับเงินอุดหนุนดังกล่าวแต่ก็อยากให้รัฐบาลนั้นจ่ายให้คนละไม่เกิน 20 ไร่เหมือนเดิม

นายวสันต์ คล่องแคล่ว อายุ 33ปี ที่ทำนาทั้งหมด 20 ไร่ บอกว่า ตนนั้นได้เช็คสิทธิ์ทางโทรศัพท์แล้วคาดว่าเงินน่าจะเข้าในช่วงวันที่ 18-19 ธันวาคม แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้จะได้รับเงินอุดหนุนจากทางรัฐบาลแต่ก็ยังคงอยากให้รัฐบาลนั้นดำเนินตามนโยบายเดิมคือจ่ายให้กับชาวนาไร่ละ 1 พันบาท คนละไม่เกิน 20 ไร่

ทั้งนี้ตนนั้นทำนาทั้งหมด 20 ไร่ นั้นก็จะได้เงินทั้งหมด 2 หมื่นบาท แต่ปัจจุบันที่รัฐจ่ายให้นั้นเหลือเพียงคนละไม่เกิน 10 ไร่ สวนทางกับต้นทุนที่ชาวนาต้องใช้ในการทำนาเพราะราคาปุ๋ย ยา เมล็ดพันธุ์นั้นมีราคาแพงขึ้นแต่ข้าวกลับมีราคาที่ต่ำลงทำให้ชาวได้รับความเดือดร้อน.

โดย…ประสิทธิ์  ตั้งประเสริฐ//นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกผืนนาปลูก ‘ผักบุ้งซิ่ง’ ส่งขายร้านหมูกระทะ รายได้สุดปัง!

ท่ามกลางยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากจำต้องหอบหิ้วความฝันเดินทางออกจากอ้อมกอดของบ้านเกิด มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่เพื่อแสวงหาโอกาสและเข้าทำงานในโรงงาน แต่สำหรับ “โน๊ต - นายวัชรพล วังนุช” และ “ขิม - นางสาวกมลวรรณ แก้วกองนอก” สองสามีภรรยาวัยเพียง 25 ปี แห่งบ้านหนองคันชั่ง ตำบลพระแก้ว อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พวกเขากลับเลือกเส้นทางชีวิตที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง . เส้นทางของพวกเขาไม่ได้เริ่มจากความสุขสบาย แต่เริ่มจาก “หัวใจที่รักบ้านเกิด” และความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวที่จะจับมือร่วมหัวจมท้าย สร้างอนาคตขึ้นด้วยสองมือของตัวเองโดยไม่ต้องจากคนที่รักไปไหน คำถามที่ทั้งคู่ตั้งขึ้นในใจก่อนเริ่มต้น...