Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดคุณตาวัย 85 สุดแกร่งเดินเท้าเปล่าจากโคราชกลับชลบุรี

คุณตาวัย 85 สุดแกร่งเดินเท้าเปล่าจากโคราชกลับชลบุรี

-

คุณตาวัย 85 พิการตาข้างขวา (ตาบอด) คิดถึงลูกไม่ไหวใช้เงิน 2,000 บาท เป็นค่าเดินทางจากชลบุรีไปโคราช เพื่อตามหาลูก สุดท้ายไม่เจอ ซ้ำเหลือเงิน 8 บาท ตัดสินใจเดินเท้า จากโคราชไปชลบุรี 

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า พบคุณลุงอายุ 85 ปีเดินสักไม้เท้า14 วันจากนครราชสีมาจะไปชลบุรี ค่ำไหนนอนนั่นขออาศัยนอนตามวัดหลังจากไปหาลูกชายโตที่โคราช(นครราชสีมา)ที่จากกัน 9 ปี แต่ไม่พบ ได้สอบถามเพื่อนบ้านก็ไม่รู้ลูกชายไปอยู่ที่ไหนเงินที่พกติดตัวไป 2,000 บาท จ้างรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามหาลูกชายหมดลงเหลือตังค์ติดตัวอยู่ 8 บาท

จากนั้นจึงตัดสินใจเดินเท้าจากบขส.โคราชมาตามถนนสาย304 เพื่อที่จะกลับบ้านเกิดที่เกาะโพธิ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ระหว่างที่เดินเท้ากลับบ้านมีเสื้อผ้าชุดเดียวคันไหนนอนนั่น มีคนเห็นสงสารให้ข้าวให้น้ำกิน บางวันไม่ได้กินมีคนสงสารให้เสื้อผ้าและกระเป๋าใส่เสื้อผ้าเสื้อกันหนาว ตาข้างขวาก็บอดมองไม่เห็น ขณะที่นั่งพักเอาแรงหน้าวัดหนองนมหนู ต.ลาดตะเคียน มีชาวบ้านสงสารให้น้ำเต้าหู้และเงิน 20 บาทและให้ข้าวกล้องไว้กินตามทาง

“ลุงเล็ก วงษ์ใจยา” อายุ 85 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61/8 ต.เกาะโพธิ์ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาได้ไปหาลูกชายชื่อนายสมควร วงษ์ใจจา ลูกชายคนโต พี่ไปตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นครราชสีมา ลูกชายมาอยู่ที่นครราชสีมาได้ 9 ปีไม่ได้เจอกัน ด้วยความคิดถึงลูกจึงอยากจะไปเยี่ยมลูกชาย แต่ไปแล้วลูกชายน่าจะย้ายที่อยู่จึงไม่เจอกัน จึงตัดสินใจเดินเท้าจากโคราชเพื่อที่จะกลับบ้านเกิด ตนเองมีลูกชาย 2 คนคนโตอยู่ที่โคราชลูกคนที่ 2 เป็นผู้หญิงมีครอบครัวแล้วอยู่ที่จังหวัดระยอง

ผู้สื่อข่าวจึงให้ขึ้นรถโดยสารประจำทางกลับบ้าน แต่ระหว่างที่รอรถโดยสารประจำทางสายโคราช-ชลบุรี ซึ่งรอตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 8 โมงเช้ารถโดยสารยังไม่มา ลุงตัดสินใจเดินเท้ามุ่งหน้าไปตามถนนไปพลางๆ ผู้สื่อข่าวจึงตัดสินใจพาไปส่งที่ท่ารถตู้ โดยเจ้าของรถตู้ใจดีรถราคาพิเศษให้ลุงโดยสารกลับบ้านอีกด้วย

โดย….มานิตย์  สนับบุญ-ข่าว/ทองสุข  สิงห์พิมพ์- ภาพ /ปราจีนบุรี 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...