หน้าแรกข่าวล่าสุดยายวัย 72 สู้ชีวิตด้วยแรงกาย สร้างมูลค่าจากยอดตาลสู่ชะลอมขาย

ยายวัย 72 สู้ชีวิตด้วยแรงกาย สร้างมูลค่าจากยอดตาลสู่ชะลอมขาย

-

คุณยายเมืองราชบุรีวัย 72 ปี สายลุย สายปีนต้นตาลเก็บยอดนำกลับสานชะลอมหนามตาลขาย สู้ชีวิตด้วยแรงกาย แม้ลูกหลานอยากให้พักผ่อนเพราะแก่ชราแล้ว แต่ใจยังรักงานเกษตรจึงไม่คิดวางมือเพราะเรี่ยวแรงยังไปไหว

คุณยายรายนี้มีนามว่า “อำพร ภู่ระหงษ์” หรือ คุณยายตุ๊ อายุ 72 ปี ชาว อ.บางแพ จ.ราชบุรี นับเป็นอีกหญิงแกร่ง มีพละกำลังปีนต้นตาลเก็บยอดอ่อน มาสานชะลอมหนามตาลขายเป็นรายได้เลี้ยงชีพในวัยชรา โดยไม่คิดงอมืองอเท้ารอความช่วยเหลือจากลูกหลาน

ทุกวันนี้คุณยายตุ๊ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเมื่อเทียบกับหญิงวัยเดียวกัน เพราะสามารถเคลื่อนไหวแคล่วคล่องว่องไว ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถไต่ก้านตาลขึ้นไปถึงยอดที่มีความสูงเกือบ 10 เมตร จากนั้นใช้มีดอีเหน็บเล่มเล็กค่อยๆ บรรจงตัดใบอ่อนที่อยู่ใจกลางยอดออกมาใช้งาน โดยจะออกมาปีนเก็บยอดตาลสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละประมาณ 1–2 ชั่วโมง โดยจะจ่ายค่ายอดตาลให้กับเจ้าของต้น ในราคายอดละ 10 บาท และทำเช่นนี้มาแล้วกว่า 20 ปี

คุณยายตุ๊ บอกว่า ในอดีตถุงพลาสติกถือเป็นของหายากและมีราคาแพง ชาวบ้านจึงนำวัสดุจากธรรมชาติ อาทิ ไม้ไผ่ ใบมะพร้าว และใบตาล มาจักสานเป็นภาชนะและของใช้ต่าง ๆ ทั้ง กระบุง กระจาด กระด้ง และชะลอมหลากหลายรูปทรง โดยเฉพาะ “ชะลอมหนามตาล” ชาวบ้านในพื้นที่จะนิยมทำขึ้นเพื่อใช้ใส่ลูกตาล

คุณยายตุ๊ เล่าต่อว่า การสานชะลอมหนามตาลอาศัยวิธีครูพักลักจำและฝึกฝนอยู่นาน จนสามารถทำขายเป็นอาชีพ แต่ละวันสามารถสานชะลอมลูกเล็กได้จำนวน 10 ใบ ชะลอมลูกใหญ่ 3 ใบ ก่อนนำไปวางขายยังสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัด และขายส่งให้ร้านค้าปลีก สามารถสร้างรายได้ต่อเดือนประมาณ 7,000-10,000 บาท

ในส่วนของวิธีการตัดยอดตาล จะต้องแต่งกายด้วยกางเกงและเสื้อแขนยาว เพื่อป้องกันหนามแหลมของต้นตาล หลังจากที่ปีนขึ้นไปบนส่วนของยอดแล้ว จะใช้มีดตัดและกรีดเอาเฉพาะส่วนของใบอ่อน โดยจะตัดให้เหลือส่วนที่เรียกว่ามือไว้ที่ต้น เพื่อไว้รับน้ำค้างสำหรับเลี้ยงต้น

นอกจากนี้ ในการปีนต้นแต่ละครั้ง คุณยายตุ๊ จะต้องสำรวจว่ามีด้วงหรือแมลงศัตรูพืชอื่น ๆ มากัดกินทำลายต้นหรือไม่ เพื่อป้องกันและอนุรักษ์ต้นตาลไว้ เนื่องจากปัจจุบันต้นตาลในพื้นที่มีเหลือน้อยลงทุกวัน โดยหลังจากตัดแล้วประมาณ 1 เดือน ต้นตาลจะแทงยอดขึ้นมาใหม่ให้ตัดได้

สำหรับชะลอมหนามตาลที่ทำขาย จะแบ่งเป็นขนาดเล็กราคาใบละ 20 บาท ขนาดกลาง 40 บาท และขนาดใหญ่ 60 บาท ซึ่งลูกค้านิยมซื้อนำไปจัดเป็นกระเช้าของฝากของขวัญ อาทิ ใส่ไข่ไก่ ซุปไก่ รังนก และผลไม้ เพื่อมอบให้กับญาติผู้ใหญ่ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เพราะมีความเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นวัสดุธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ส่วนเคล็ดลับที่ทำให้ คุณยายตุ๊ ร่ายกายแข็งแรง ถึงแม้จะอายุมากถึง 72 ปี นั้นจะเน้นกินข้าว กับน้ำพริกผัก ปลานึ่ง ปลาทอด กล้วยหอม และหมั่นออกกำลังกายขยับแขนขาเล็กๆ น้อยๆ เป็นประจำ ทำจิตใจให้แจ่มใส ปล่อยวางจากความเครียด ซึ่งในอดีต สามารถปีนต้นตาลยอดสูง ๆ ได้อย่างสบาย

แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น จึงจะเลือกปีนต้นตาลที่ไม่สูงมากนัก ประกอบกับลูกหลานอยากให้หยุดพัก แต่ในเมื่อตนยังมีแรง ก็ขอออกไปทำงาน ได้พบปะชาวบ้าน ช่วยให้ได้พูดคุย เรียนรู้อาชีพอื่น ๆ และคลายเหงา

ท่านใดที่สนใจเรียนรู้การสานและอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชะลอมหนามตาล สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ป้าตุ๊ เบอร์โทรศัพท์ 0817045973

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...