Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเดินหน้าดันกล้วยหอมสู่ตลาดญี่ปุ่น ความต้องการกว่า 5,000 ตัน/ปี

เดินหน้าดันกล้วยหอมสู่ตลาดญี่ปุ่น ความต้องการกว่า 5,000 ตัน/ปี

-

ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาคุณภาพของ “กล้วยหอมทอง” เพื่อยกระดับขึ้นไปสู่สินค้าเกรดพรีเมี่ยม ในขณะที่นำเข้า “กล้วยหอมเขียว” สู่ตลาดต่างประเทศด้วยเช่นกัน

เมื่อเร็ว ๆ ได้มีการจัดงานสัมมนาหลักสูตร “การพัฒนาคุณภาพกล้วยหอมสู่ต่างประเทศ” ณ โรงแรมเซ็นเตอรพ์อยท์ เทอร์มินอล 21 โคราช อําเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นางพิมใจ มัตสึโมโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีแอนด์เอฟเทคโน จำกัด ให้ข้อมูลด้านสถานการณ์กล้วยหอมในประเทศญี่ปุ่น และ นายคาตาโอกะ ทาคายูกิ ประธาน บริษัท Bay Commerce Co., Ltd. ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเกษตรจาก Yokohama, Kanagawa Prefecture ประเทศญี่ปุ่น มาร่วมให้ข้อมูลในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมเพื่อการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นการประชุมสัมมนาในครั้งนี้ยังนับว่าเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เกษตรกรได้รับรู้หลักการผลิตที่ตรงตามตลาดต้องการ และปริมาณความต้องการของตลาด ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่าเมื่อผลิตออกมาแล้วมีตลาดรองรับอย่างแน่นอน

นางพิมใจ มัตสึโมโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีแอนด์เอฟเทคโน จำกัด กล่าวว่า “เพราะประเทศญี่ปุ่นมีความต้องการนำเข้ากล้วยหอมอย่างน้อย 8,000 ตันต่อปี เราจึงมีความต้องการที่ขยายพื้นที่ในการเพาะปลูกกล้วยหอมในพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะที่อำเภอเสิงสาง อำเภอปักธงชัย และอำเภอหนองบุญมาก อีกทั้งได้มีการประกันภัยให้กับเกษตรกร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกรณีเกิดภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อการผลิต เกษตรกรเองก็จะได้รับค่าชดเชยนั่นด้วย”

กรรมการผู้จัดการ บ.พีแอนด์เอฟเทคโน กล่าวต่อว่าที่ผ่านมายังได้มีการเซ็น MOU ร่วมกันระหว่างไทย และญี่ปุ่น ในการเพิ่ม “กล้วยหอมเขียว” อีก 5,000 ตันต่อปี โดยทั้งนี้ทางประเทศญี่ปุ่น ได้สร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรไทยว่ากล้วยหอมเขียวได้เป็นที่นิยมอย่างมากของผู้บริโภค ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเกษตรกรไทยที่จะหันมาปลูก และพัฒนาคุณภาพของผลผลิตกล้วยหอมเพื่อป้อนตลาดญี่ปุ่น.

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...