หน้าแรกข่าวล่าสุดสตีเฟ่น นักสู้ UFCยก"แสนชัย" เป็นไอดอล พร้อมใช้อาวุธมวยไทยสู้ศึก 307

สตีเฟ่น นักสู้ UFCยก”แสนชัย” เป็นไอดอล พร้อมใช้อาวุธมวยไทยสู้ศึก 307

-

รายการศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จะระเบิดศึกใหญ่ #UFC307 ในเช้าวันอาทิตย์นี้ หนึ่งในคู่ที่น่าสนใจ คือการพบกันระหว่าง สตีเฟ่น ธอมป์สัน กับ วาคิน บัคลีย์ ในรุ่นเวลเธอร์เวต

โดยสตีเฟ่น ธอมป์สัน นักสู้ชาวสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันอยู่ในแรงกิ้งอันดับที่9 ของUFC มีดีกรีอดีตแชมป์คิกบ็อกซิ่ง ที่ครองสถิติไม่แพ้ใครตลอดการชกสมัครเล่น 37 ไฟต์ และการชกอาชีพชนะรวด 20 ไฟต์ เป็นหนึ่งในนักสู้ที่ได้รับการยกย่องว่าครบเครื่องที่สุดอีกคนหนึ่งจากการที่มีทักษะด้านศิลปะการต่อสู้หลากแขนง ทั้ง คาราเต้ , ยูยิตสู , คิกบ็อกซิ่งและมวยไทย

“ผมชื่นชอบมวยไทยมาก และแน่นอนผมฝึกมวยไทยกับแสนชัย (แสนชัย พีเคแสนชัยมวยไทยยิม) กับค่ายหยกขาว เขาเป็นคนที่ปลดล็อกผมในเรื่องของมวยไทย และทำให้ผมรักมันมาก” ธอมป์สันให้สัมภาษณ์กับ UFC Thailand

โดยทักษะมวยไทยที่เขาได้เรียนจากแสนชัย มันทำให้เขาเป็นคนที่มีฟุตเวิร์ค และการเคลื่อนที่โดดเด่น โดยเฉพาะในเรื่องของการกระโดดสลับเดินหน้า ถอยหลัง และการ์ดไม่ตก เหมือนกับนักสู้ระดับโลกอย่าง คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์, โรเบิร์ต วิตเทเกอร์ และจาง เหว่ยลี่

ยอดนักสู้วัย 41 ปีบอกอีกว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้เขามั่นใจว่าจะเอาชนะคู่แข่งอย่างบัคลีย์ได้โดยที่ไม่ต้องสู้กันจนครบ 3 ยก อาจเป็นเพราะเรื่องของการออกอาวุธตามแบบฉบับแม่ไม้มวยไทย อย่างเช่น ศอก ที่เขาเห็นซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่9 ใช้เผด็จศึก โจนาธาน แฮกเกอร์ตี้นั่นเอง

“ผมได้ดูไฟต์นั้น และอีกหลายๆไฟต์ ผมชอบดูมวยไทยมากไม่ว่าจะรายการไหนก็ตาม บัวขาว ผมก็ชอบเขา เขาคือระดับตำนาน และแน่นอนถ้าผมจบภารกิจจากไฟต์นี้ พวกคุณอาจมีโอกาสได้เจอผมที่ประเทศไทย ผมรักที่นั่น รักมวยไทย วัฒนธรรมและความน่ารักของคนไทย ขอบคุณครับ”

สำหรับศึก UFC 307 : PEREIRA VS ROUNTREE JR. จะระเบิดศึกกัน ณ สังเวียน Delta Center ,ซอลท์เลค ,สหรัฐอเมริกา วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม นี้ คู่หลักของรายการเริ่มเวลา 09.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...