หน้าแรกข่าวล่าสุดคนครบุรีแห่ยกยอหาปลาปรุงอาหารลดค่าใช้จ่าย เหลือขายสร้างรายได้

คนครบุรีแห่ยกยอหาปลาปรุงอาหารลดค่าใช้จ่าย เหลือขายสร้างรายได้

-

นครราชสีมา–ชาวบ้านเฉลียงทุ่ง หมู่ที่ 6 ต.เฉลียง อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พากันออกมายกยอหาจับปลาเล็กปลาน้อย ไปประกอบอาหารลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน หลังจากเกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา แถมยังขายได้ราคาดีกิโลกรัมละ 50 – 60 บาท.

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้มีมวลน้ำจากหลายพื้นทีไหลลงไปรวมกันที่บริเวณคลองและนาข้าวบ้านเฉลียงทุ่ง ต.เฉลียง อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เป็นโอกาสให้ชาวบ้านได้พากันนำยอเล็กมาดักจับปลาที่ไหลมากับน้ำกันอย่างคึกคัก โดยปลาที่ได้ส่วนใหญ่ในวันนี้ เป็นปลาเล็กจำพวกปลาขาว ปลากระดี่ เป็นต้น ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ก็จะนำปลาที่ได้กลับไปประกอบอาหารเลี้ยงครอบครัวลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน หากหาได้มากก็จะนำไปขายสร้างรายได้เสริมในราคากิโลกรัมละ 50 -60 บาท ซึ่งปลาเล็กพวกนี้ เป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากสามารถนำทอดหรือประกอบอาหารได้ทั้งตัว ไม่ต้องทำเกล็ดหรือควักเครื่องในออกก็สามารถประกอบอาหารได้ทันที

นางเรณู เย้ยครบุรี อายุ 65 ปี ชาวบ้านเฉลียงทุ่งบอกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำจากหลายพื้นที่ ไหลหลากลงมารวมกันที่บริเวณลำคลองที่ไหลผ่านมาบ้าน พร้อมกับเอ่อท่วมนาข้าวของชาวนาบางส่วน แต่น้ำก้อนนี้จะมาเร็วไปเร็ว จึงไม่น่ากังวลว่าจะสร้างความเสียหายเท่าใดนัก ช่วงนี้ชาวบ้านในพื้นที่เองก็ว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา จึงพากันนำเอายอเล็ก มาดักจับปลาเพื่อนำกลับไปประกอบอาหารกินกันในครอบครัว ลดค่าใช้จ่าย

ในช่วงนี้ปลาที่ไหลมากับน้ำจากหลาพื้นที่จะมารวมกันทำให้ดักจับได้ง่าย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นปลาเล็กปลาน้อย อย่างปลาขาว ปลาหมอ และปลากระดี่ เป็นต้น ส่วนใหญ่ก็จะนำไปทอดกินได้ทั้งตัว ทั้งเกล็ด แต่หากใครได้มากหน่อยก็จะนำไปขายในราคากิโลกรัมละ 50 – 60 บาท ส่วนลูกค้าไม่ต้องพูดถึง แย่งกันซื้อมีเท่าไรก็ไม่พอ เพราะตอนนี้เป็นช่วงแรกๆที่พากันได้ปลา ใครๆก็อยากจะกินกันในครอบครัวก่อน แต่ละวันชาวบ้านก็จะหาจับปลาพวกนี้ได้ 4- 5 กิโลกรัม

โดย..ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ//นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...