หน้าแรกข่าวล่าสุดแนะเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ใช้ไตรโคเดอร์มา ควบคุมโรครากเน่า โคนเน่า หลังน้ำลด

แนะเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ใช้ไตรโคเดอร์มา ควบคุมโรครากเน่า โคนเน่า หลังน้ำลด

-

กรมส่งเสริมการเกษตรมีความห่วงใยเกษตรกรที่ต้นไม้ผล ไม้ยืนต้นอาจเกิดโรครากเน่า โคนเน่าหลังน้ำท่วม จึงได้เตรียมเชื้อราไตรโคเดอร์มาไว้แจกจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยใช้ควบคุมและป้องกันการระบาดของโรครากเน่า โคนเน่า และโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราหลังน้ำลด ได้แก่ หัวเชื้อราไตรโคเดอร์มา จำนวน 7,560 ขวด เชื้อราไตรโคเดอร์มาพร้อมใช้ จำนวน 14,840 กิโลกรัม เพื่อใช้ควบคุมโรครากเน่า โคนเน่า ในพื้นที่การเกษตรหลังน้ำลด 128,240 ไร่

สำหรับวิธีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อควบคุมโรครากเน่าโคนเน่า และโรคเน่าระดับดินในไม้ผล ไม้ยืนต้น มี 3 วิธี ดังนี้

1. หว่านและรองก้นหลุม : นำเชื้อราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัม ผสมกับรำ 4 กิโลกรัม หรือปุ๋ยหมัก 100 กิโลกรัม ผสมให้เข้ากัน ใช้เป็นเชื้อตั้งต้นในการควบคุมโรคพืชที่มีแหล่งกำเนิดในดิน หรือใช้ร่วมกับวัสดุปลูก โดยใช้เชื้อที่ผสมแล้วตามอัตราส่วนข้างต้น 1 ส่วน ผสมกับวัสดุปลูก 4 ส่วน รองก้นหลุมในแหล่งที่มีโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราระบาด อัตรา 10 – 20 กิโลกรัม ต่อหลุมหรือต้น (ขึ้นกับขนาดหลุมหรือต้น) และนำไปหว่านในแปลงที่เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา หรือใช้โรยรอบทรงพุ่ม อัตรา 80 – 100 กิโลกรัมต่อไร่

2. ฉีดพ่น : ผสมเชื้อราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัมกับน้ำ 200 ลิตร และกรองเอาเฉพาะน้ำ ฉีดพ่นบนพืชหรือรดลงดินหรือวัสดุปลูก ใช้กับพื้นที่ 1 ไร่

3. ทา : ทาบริเวณแผลที่ถากเปลือกบนลำต้นที่เป็นโรครากเน่าโคนเน่า โดยผสมเชื้อราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัมกับน้ำ 1 ลิตร หรือผสมกับฝุ่นแดงครึ่งกิโลกรัม คนให้เข้ากันก่อนทา หลีกเลี่ยงการทาลงบนต้นพืชขณะที่มีแสงแดดร้อนจัด

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้นที่สวนถูกน้ำท่วม ติดต่อขอรับการสนับสนุนเชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อควบคุมโรครากเน่า โคนเน่า หลังน้ำลด และขอรับคำปรึกษาด้านการป้องกันกำจัดโรคพืชได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่านทุกอำเภอ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...