หน้าแรกข่าวล่าสุดคนขอนแก่นกังวลบัตรสวัสดิการหมดอายุหวั่นชวดเงินหมื่นบาท

คนขอนแก่นกังวลบัตรสวัสดิการหมดอายุหวั่นชวดเงินหมื่นบาท

-

กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจังหวัดขอนแก่นกำลังวิตกกังวล บัตรหมดอายุแล้วยังจะได้รับสิทธิ์เงินดิจิตอลวอลเลต 10,000 บาทหรือไม่

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในเขต จ.ขอนแก่น เริ่มกังวลภายหลังพบว่าหลายคนบัตรหมดอายุ และเป็นบัตรในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา อดีตนายกรัฐมนตรี จึงเกรงว่าจะมีการส่งถ่ายข้อมูลหรือซับซ้อนกับการลงทะเบียนในระบบแอปพลิเคชั่นทางรัฐ

น.ส.นารี ผามวย อายุ 52 ปี ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชาว จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ดีใจที่ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีความชัดเจนและสร้างความหวังให้กับคนไทยทั้งประเทศอีกครั้ง หลัง ได้ยินข่าวว่ารัฐบาลจะแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้กลุ่มเปราะบางก่อน ซึ่งตนเองมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่บัตรที่มีนั้นเป็นบัตรเก่าและหมดอายุ ซึ่งทำมาในช่วงรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่พอไปทำใหม่ก็ทำไม่ผ่าน พอคุยกับเจ้าหน้าที่บอกว่าให้ไปยื่นอุทธรณ์ที่ภูมิลำเนา ซึ่งเดิมตนเองอยู่ที่บุรีรัมย์ จึงไม่ไปทำ ทำให้เงินที่เคยได้เดือนละ 300 บาท ถูกตัดสิทธิ์โดยปริยาย และพอมีข่าวว่าจะแจกเงินให้กับกลุ่มเปราะบางก่อน จึงกังวลว่าจะได้หรือไม่ได้ จึอยาให้รัฐบาลดูกลุ่มคนที่บัตรหมดอายุด้วย

“เห็นด้วยอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการดังกล่าว ซึ่ง จะจ่าย ครั้งละ5,000 บาท 2 ครั้ง หรือจ่าย 10,000 บาทครั้งเดียวก็ได้ เพราะทุกคนขอให้ได้ก็พอใจแล้ว ซึ่งยอมรับว่าเงินจำนวนนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยค่าครองชีพและ นำไปซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนอีกเรื่องที่ยังกังวลคือแอพพลิเคชั่นทางรัฐ ที่ได้ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านั้น ยังอยู่ในขั้นตอน3 รอการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จึงเกรงว่าข้อมูลส่วนตัวหลุดเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงได้”

ขณะที่ นางแต๋ว ซอมรัมย์ อายุ 55 ปี ชาว จ.ขอนแก่น กล่าวว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอันเก่าไม่สามารถลงทะเบียนได้ และเพื่อนหลายคนก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน บางคนก็ต้องไปยื่นอุทธรณ์ที่ภูมิลำเนา แต่ส่วนตนเองตัดสินใจไม่ไป เพราะภูมิลำเนาอยู่ไกล และเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ทั้งที่สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา สามารถลงทะเบียนที่ธนาคารของรัฐได้ทุกสาขา มาถึงวันนี้มีข่าวว่ารัฐบาลจะแจกเงินให้กับกลุ่มเปราะบาง ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังมากนัก ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ช่าง เพราะตอนแรกๆก็มีความหวัง แต่พอหลังๆเริ่มไม่แน่ใจแล้ว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

“บุนยามีน มีเต๊ะ”เกษตรกรต้นแบบเลี้ยง “ผึ้งชันโรง”สร้างรายได้-เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่นสุไหงโก-ลก

บุนยามีน มีเต๊ะ เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงในหมู่ที่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เริ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จากความสนใจส่วนตัวและความต้องการสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว ต่อมาได้พัฒนาการเลี้ยงให้เป็นกิจกรรมที่มีโอกาสต่อยอดสู่การสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ในชุมชน ปัจจุบันฟาร์มมีผึ้งชันโรงมากกว่า 100 รัง เลี้ยง 2 สายพันธุ์ ได้แก่ อิตาม่าและโทราซิก้า ซึ่งผู้เลี้ยงเห็นว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ โดยทั่วไปสามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละ 1 ครั้ง ปริมาณประมาณ...