Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดคนบางบาลระทมจมบาดาล ต้องหนีน้ำกางเต็นท์นอนริมถนน

คนบางบาลระทมจมบาดาล ต้องหนีน้ำกางเต็นท์นอนริมถนน

-

พระนครศรีอยุธยา – หลายพื้นที่ในอำเภอบางบาล อยุธยา ยังจมใต้น้ำ หลังปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ชาวบ้านต้องออกมาอยู่เตนท์จอดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ นอนเฝ้าทรัพย์สิน เผยท่วมทุกปีจนชินแล้ว

เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนในอัตราที่ 1,498 ลบ.ม./วินาที ส่งผลทำให้แม่น้ำน้อย ซึ่งรับน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงที่ไหลผ่านอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำยังคงท่วมสูงในหลายพื้นที่

โดยพบว่าที่ตำบลทางช้าง อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นตำบลแรกๆที่ถูกน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วม ระดับน้ำจากแม่น้ำน้อยที่ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนริมแม่น้ำหลายสิบหลังคาเรือน บางจุดสูงประมาณ 1-1.50 เมตร ข้าวของเครื่องใช้ และรถยนต์ รถจักรยานยนต์ต้องขนเอามาไว้ริมถนนและจัดเวรยามมานอนเฝ้าระวังในช่วงกลางคืน

นายบุญชอบ ฉัตรธรรม อายุ 53 ปี ชาวบ้าน เปิดเผยว่า น้ำท่วมมาแล้วประมาณ 10 กว่าวัน น้ำยังคงขึ้นเรื่อยๆ คืนหนึ่งประมาณ 8-10 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นยานพาหนะเข้าออก ตอนนี้ต้องมาอยู่บนถนน เพราะอยู่ในบ้านตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งมองน้ำ ต้องออกมานั่งข้างนอกพบปะพูดคุยกัน แก้เครียด

รวมถึงเฝ้าทรัพย์สินที่นำมาไว้ริมถนน ทั้งข้าวของเครื่องใช้บางส่วน รถยนต์ รถจักรยายนต์ เดี๋ยวตอนเย็นคนงานที่ไปทำงานกลับมาจะมาจอดกันอีก กลางคืนให้ลูกชายมานอนเฝ้า เพราะน้ำขึ้นใหม่ๆ พวกมิจฉาชีพชอบขโมยมอเตอร์ไซค์แม้จะมีการล็อกโซ่ หากหลัง 15 กันยายนนี้ปล่อยน้ำเข้าท่วมพื้นที่จะค่อยยังชั่วบ้าง เพราะเมื่อปี 56 มิดหลังคาโรงรถตนเลยทีเดียว

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยายังคงมีการระบายอยู่ที่ 1,498 ลบ.ม./วินาที ยังคงส่งผลให้ปริมาณน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมได้รับผลกระทบ จำนวน 7 อำเภอ คือ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอผักไห่ อำเภอบางไทร อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางปะหัน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...