Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดแซบขั้นเทพ! “ซอยจุ๊โอมากาเสะ”เมนูเด็ด “บ่าวบอยซอยถื่”ขอนแก่น อร่อย -สะอาด-สดใหม่

แซบขั้นเทพ! “ซอยจุ๊โอมากาเสะ”เมนูเด็ด “บ่าวบอยซอยถื่”ขอนแก่น อร่อย -สะอาด-สดใหม่

-

ร้านอาหารอีสานที่กำลังเป็นที่ชื่นชอบของคนขอนแก่น ที่ต่างพากันมายืนรอต่อคิวเพื่อลิ้มลองรสชาติอาหารอีสานขนานแท้ และวัตถุดิบที่ถูกคัดสรรที่ใหม่ สด สะอาด ทุกวัน โดยร้านดังกล่าวชื่อร้าน “บ่าวบอยซอยถี่ สาขาขอนแก่น” ซึ่งตั้งริมถนนมิตรภาพ  เลขที่ 446/1 ม. 12 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ริมถนนมิตรภาพ ตรงข้ามโฮมฮับ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของทีมข่าวพบกับ นายอนิวัตน์ อินนาง หรือ “บ่าวบอย” อายุ 36 ปี เจ้าของร้าน กำลังนำเอาเนื้อและส่วนต่างๆ ของวัวที่ผ่านการชำแหละมาแบบสดๆ ใหม่ๆ มาหั่นเป็นชิ้น ๆ ภายในห้องกระจกติดแอร์  เพื่อเตรียมประกอบเมนูอาหารให้กับลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่ร้าน โดยมีลูกค้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

นายอนิวัตน์ กล่าวว่า เมนูเด็ดที่ท้าให้ลองชิมคือ เมนู ซอยจุ๊โอมากาเสะหรือ คนอีสานเรียกว่าจุ๊ออดหลอด ซึ่งคำว่าออดหลอด ในภาษาอีสาน หมายความว่า ไปในทิศทางเดียวกัน โยเมนูดังกล่าวนี้ร้านได้คิดค้นขึ้นมาเองด้วยการเริ่มจากการนำเอาสไบนางที่หั่นแบบพอดีคำวางลงบนจาน ตามด้วย ตับ ,เนื้อส่วนสะโพกโบกดาก หรือเนื้อแก้มก้นและ เนื้อส่วนมะพร้าว ซึ่งเป็นส่วนไขมันที่อยู่บริเวณชั้นเนื้อส่วนหน้าอกของวัว จากนั้น เพิ่มความหอมด้วย ต้นหอม พริกสด และนำมาม้วนเป็นคำ แล้วนำไปวางบนในชะพลู เสิร์ฟบนชั้นวางแบบสไตล์โอมากาเสะ และที่ขาดไม่ได้คือ น้ำจิ้มแจ่วดีวัวแท้สูตรเด็ดของทางร้าน ที่เครื่องปรุงทำเองแบบสดใหม่ ทั้งพริกป่น ข้าวคั่ว ซึ่งทันทีที่เสริฟจะมีกลิ่นหอมยวนยั่วชนให้น้ำลายไหล

“อีกเมนูที่ท้าให้สั่งมาลองชิม คือ มะพร้าวเสือเบิร์นไฟ เป็นเมนูเด็ดที่ลูกค้าต้องแย่งกันสั่งเป็นประจำ เนื่องจากเป็นเมนูที่ทำได้ในจำนวนที่จำกัด เนื่องจาก วัวหนึ่งตัวจะมีส่วนที่เรียกว่าเนื้อมะพร้าวอยู่ไม่มาก และเมื่อนำมาประกอบอาหารจะได้เพียง 3 จานต่อตัวต่อวันเท่านั้น ซึ่งเนื้อส่วนนี้   หากผ่าหน้าอกวัวลงไปผ่านชั้นหนังจะไปเจอไขมันอ่อน ผ่าลงไปอีกจะไปเจอส่วนเนื้อ และจะผ่าลงไปจะไปเจอส่วนที่เป็นมันแข็ง ซึ่งส่วนนี้จะเรียกว่า มะพร้าว เป็นส่วนที่มีความกรุบกรอบ มัน หอม คล้ายกลิ่นของมะพร้าวแก่ โดยร้านจะนำมาหั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วนำมาเบิร์นไฟให้สุกแบบห่ามๆ และเมื่อเนื้อมะพร้าวโดนไฟจะส่งกินหอมอย่างมาก”

บ่าวบอย กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ยังคงมีเมนูก้อยรวม ซึ่งเป็นเมนูที่ทุกคนต้องสั่งมารับประทานเพราะที่ร้าน เพราะเป็นสูตรเด็ดของร้านที่คงความเป็นอีสานขนานแท้ มาไว้ผสมผสานได้อย่างลงตัว ด้วยการนำเอาเนื้อและอวัยวะต่าง ๆ ของวัวอย่างละนิดละหน่อยมาสับและหั่น จากนั้นนำไปหมักกับดีวัวแท้ ๆ และเพี้ย หรือขี้อ่อนวัวและเลือดวัว  ก่อนจะนำมาปรุงด้วยน้ำปลา ผงปรุงรส พริกป่น เพิ่มความหอมด้วยต้นหอมผักชีซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน จะได้เมนูก้อยเนื้อแบบอีสานดั้งเดิม และหากต้องการที่จะทานสุกก็แจ้งกับทางร้านได้

“ ก่อนหน้านี้ผมเปิดร้านลาบก้อยและอาหารอีสานที่ จ.อุดรธานี ซึ่งมีอยู่ 2 สาขา โดยการทำอาหารแต่ละครั้งก็จะมีการถ่ายคลิปวีดีโอแชร์ลงในโซเชียล จนทำให้มีแฟนคลับติดตามเป็นจำนวนมาก หลายคนอยากทานแต่อยู่ไกล ก็เรียกร้องว่าอยากให้มาเปิดสาขาตามจังหวัดต่างๆ วันนี้จึงตัดสินใจเริ่มขยายสาขา เพื่อเสิร์ฟความแซ่บให้กับลูกค้า โดยเริ่มที่ ขอนแก่นเป้นที่แรกต่อจากสาขาอุดรธานี และต่อไปจะขยายสาขาไปที่ จ.อุบลราชธานี และสาขาลาดกระบัง จ.สมุทรปราการ โดยชูจุดเด่นของร้าน  คือ จะให้ความสำคัญกับบรรยากาศภายในร้านที่ต้องสะดวกสบาย จึงมีการจัดที่นั่งเป็น 2 โซน คือ ห้องแอร์ฟรี และโซนกลางแจ้ง วัตถุดิบที่นำมาใช้ โดยเฉพาะเนื้อวัวจะมีความสดใหม่ ซึ่งจะเป็นเนื้อชำแหละใหม่มาส่งที่ร้านทุกวัน วันละ 3 ครั้ง คือ  เช้า ,บ่าย และรอบเย็น เพื่อให้ลูกค้าได้ทานเนื้อแบบสดใหม่ รวมทั้งเครื่องปรุง ไม่ว่าจะเป็นพริกป่น ข้าวคั่ว และผักต่าง ๆ ก็เน้นความสดใหม่”

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อต้องการให้ลูกค้าได้รับทานอาหารอีสานแท้ ๆ ที่มีความแซ่บและสดใหม่ทุกจาน และนอกจากเมนูที่ทำจากเนื้อวัวแล้ว ยังมีเมนูอีสาน หมู เป็ด ไก่ ปลา และเมนูอาหารทะเลอื่นๆ  มีให้ลูกค้าได้เลือกรับประทานอีกมากมาย อย่างไรก็ตามหากลูกค้ามาไม่ถูกหรือต้องการสอบถามรายละเอียดร้านหรือที่ตั้งของร้าน สามารถ  สั่งจอง ล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 062-334-7444  ซึ่งร้าน เปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น. ทุกวันโดยไม่มีวันหยุด

โดย…จักรพันธ์  นาทันริ / ขอนแก่น

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...