Google search engine
หน้าแรกUncategorizedเคล็ดลับปลูก “ทุเรียน” ลดการใช้ปุ๋ย เพิ่มรายได้ให้ชาวสวน 3 เท่าตัว

เคล็ดลับปลูก “ทุเรียน” ลดการใช้ปุ๋ย เพิ่มรายได้ให้ชาวสวน 3 เท่าตัว

-

ทุเรียนไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันสูง จำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพภายใต้ต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อจะนำมาซึ่งรายได้ที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน สอดคล้องกับเป้าหมาย ขับเคลื่อน IGNITE THAILAND “จุดประกายเกษตรไทย สู่ศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารของโลก” เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรเป็น 3 เท่า ภายใน 4 ปี

ดังนั้น การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินจึงน่าจะเป็นคำตอบหนึ่ง ที่จะลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เพราะการใช้ปุ๋ยเป็นต้นทุนสำคัญมากกว่า 30% ของต้นทุนการผลิตด้านการเกษตร จากการวิจัยในแปลงสาธิต ในจังหวัดชุมพร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ฯลฯ พบหลังจากวิเคราะห์ดินเพื่อทราบถึงแนวทางการจัดการดินและปุ๋ยอย่างเหมาะสม ต้นทุนการใช้ปุ๋ยลดลง 20% หรือลดลงประมาณ 6% ของต้นทุนการผลิตโดยภาพรวม

การลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ชาวสวนทุเรียนจำเป็นต้องวิเคราะห์ดินเพื่อทราบถึงแนวทางการจัดการดินและปุ๋ยที่เหมาะสม ไม่ให้มากหรือน้อยกว่าความต้องการของทุเรียน เพราะแร่ธาตุในดินล้วนส่งผลต่อปริมาณปุ๋ยที่ใช้ ก่อนการให้ปุ๋ยในแต่ละฤดูกาล เกษตรกรจำเป็นต้องวิเคราะห์ตัวอย่างดิน เพื่อให้รู้ว่าในดินแปลงนั้น มีธาตุอาหาร อาทิ ไนโตรเจน ( N ) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) เป็นต้น ในปริมาณมากน้อยเท่าไหร่

สำหรับการวิเคราะห์ดิน เกษตรกรต้องส่งตัวอย่างดินไปที่กลุ่มวิจัยเกษตรเคมี กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรุงเทพฯ หรือสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1-8 หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรทั่วประเทศ ขอย้ำว่า ในส่วนนี้จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆสำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรแล้ว

เมื่อกลุ่มวิจัยเกษตรเคมี ได้รับตัวอย่างดิน ก็จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน เพื่อวิเคราะห์ตัวอย่างดินก่อนส่งรายงานผลการวิเคราะห์มายังกลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา เพื่อประเมินและออกคำแนะนำการใช้ปุ๋ยไม่เกิน 1-3 วัน เกษตรกรสามารถนำคำแนะนำที่ได้มาใช้ในการจัดการปุ๋ยแก่พืชได้เลย หรือ นำรายงานผลการวิเคราะห์ดินมาพิจารณาร่วมกับตารางคำแนะนำการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินสำหรับทุเรียน โดยเกณฑ์การประเมินธาตุอาหารเพื่อนำไปพิจารณาอัตราการใช้ปุ๋ยต่อการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของทุเรียนให้เหมาะสมจะแตกต่างกันตามระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน

สำหรับการใส่ปุ๋ยในทุเรียนแบ่งใส่ 4 ครั้งต่อปี คือ (1) ระยะบำรุงต้น (ช่วงตัดแต่งกิ่งหลังเก็บเกี่ยว) (2) ระยะสร้างตาดอก (ก่อนออกดอก 1-2 เดือน) (3) ระยะบำรุงผล (หลังดอกบาน 1 เดือน) และ (4) ระยะปรับปรุงคุณภาพ (ก่อนเก็บเกี่ยว 2 เดือน) นอกจากนี้ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงความเป็นกรด-ด่างของดินให้มีความเหมาะสมตามความต้องการของทุเรียน

สำหรับวิธีการเก็บตัวอย่างดินในแปลงทุเรียน
1. สุ่มเก็บตัวอย่างดินจำนวน 10-20 ต้นต่อแปลง (พื้นที่ไม่เกิน 20 ไร่)
. เก็บตัวอย่างดินจาก 4 ทิศรอบต้น ห่างจากชายพุ่มเข้าไปด้านในประมาณ 50 เซนติเมตร

3. เก็บตัวอย่างดินที่ 2 ระดับความลึก คือ (1) ดินบนที่ความลึก 0-15 เซนติเมตร และ (2) ดินล่างที่ความลึก 15-30 เซนติเมตร

4. รวมตัวอย่างดินจาก 4 จุด ให้เป็นตัวอย่างดินบน 1 ตัวอย่าง และตัวอย่างดินล่าง 1 ตัวอย่าง

5. นำตัวอย่างดินบนของแต่ละต้นมาคลุกให้เข้ากัน และแบ่งใส่ถุงประมาณ 1 กิโลกรัม พร้อมบันทึกรายละเอียดของตัวอย่าง เช่น สถานที่เก็บตัวอย่าง ระดับความลึกของดิน เป็นต้น

6. นำตัวอย่างดินล่างของแต่ละต้นมาคลุกให้เข้ากัน และแบ่งใส่ถุงประมาณ 1 กิโลกรัม พร้อมบันทึกรายละเอียดของตัวอย่าง เช่น สถานที่เก็บตัวอย่าง ระดับความลึกของดิน เป็นต้น

7. นำตัวอย่างดินส่งวิเคราะห์ตามหน่วยงานที่รับวิเคราะห์ตัวอย่าง

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรควรเก็บตัวอย่างดินหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตมาวิเคราะห์ในทุก ๆ ปี เพื่อทราบระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน การปรับปรุงดิน และการจัดการธาตุอาหารที่เหมาะสมในปีต่อ ๆ ไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...