Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดปี 67 ลดจุด Hotspot พื้นที่เกษตรจัดการเศษวัสดุได้ 61% มูลค่ากว่า 3.3 พันล้านบาท

ปี 67 ลดจุด Hotspot พื้นที่เกษตรจัดการเศษวัสดุได้ 61% มูลค่ากว่า 3.3 พันล้านบาท

-

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร โดยสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา และนำเสนอทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผา สร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการเผา รวมทั้งสร้างต้นแบบในการทำการเกษตรปลอดการเผาเพื่อสนับสนุนการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรในระยะต่อไป โดยผลการดำเนินงานในปี 2567 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ใช้ข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) จาก GISTDA ในการติดตามตรวจสอบสถานการณ์การเผาในพื้นที่เกษตรของประเทศไทยจากดาวเทียม TERRA และ AQUA ระบบ MODIS ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 28 เมษายน 2567 พบจุดความร้อน (Hotspot) พื้นที่เกษตรในประเทศไทย จำนวน 2,886 จุด (จากเดิม วันที่ 1 มกราคม ถึง 28 เมษายน 2566 จำนวน 3,306 จุด) พบว่า ลดลง จำนวน 420 จุด คิดเป็นร้อยละ 12.70

สำหรับผลการดำเนินงานบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ปี 2567 รายพืช 5 ชนิด ประกอบด้วย ข้าว ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง และไม้ผล ไม้ยืนต้น ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน 2567 มีปริมาณเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทั้งหมดประมาณ 48.6 ล้านตัน นำไปใช้แล้วประมาณ 29.7 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 61 เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3.3 พันล้านบาท

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร ประจำปี 2567 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการ 3 กิจกรรม ประกอบด้วย

1. กิจกรรมการศึกษา ทดสอบ เทคโนโลยีและรูปแบบการปรับตัวของเกษตรกร เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การไม่เผาในพื้นที่การเกษตร อาทิ การทดสอบเทคโนโลยี และรูปแบบการนำแนวทาง 3R Model มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร และการทดสอบระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าข้าวโพดอาหารสัตว์เพื่ออากาศสะอาดร่วมกับภาคเอกชนผู้รับซื้อ (Professional Partnerships Collaboration)

2. กิจกรรมการสื่อสารสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ ผลกระทบจากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร วิถีการปรับตัว และการบรรเทาผลกระทบแก่เกษตรกร ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น Smart Farmer/Young Smart Farmer ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน เครือข่ายเกษตรกรแปลงใหญ่ และ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ดำเนินการแล้ว 121,569 ราย และการจัดตั้งชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังการเผาในพื้นที่การเกษตรระดับอำเภอและระดับตำบล ดำเนินการแล้ว 4,857 ชุด ออกปฏิบัติการ 8,289 ครั้ง

3. กิจกรรมประเมินความเสี่ยง เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามผลตามแผนปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนการทบทวนแผน และประสานการปฏิบัติร่วมกับคณะกรรมการระดับชาติและระดับกระทรวง

สำหรับผลการดำเนินงานภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ปี 2567 ได้ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากรด้านการเกษตรปลอดเผา จำนวน 16,500 ราย ในพื้นที่ 62 จังหวัด การสาธิตเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุการเกษตร หรือส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกเพื่อแก้ปัญหาการเผาอย่างยั่งยืนนำร่องผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จำนวน 64 ครั้ง และมีแผนส่งเสริมการรวมกลุ่ม และสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดการเผาในพื้นที่เกษตรต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ 3 – 4

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้เตรียมดำเนินการตามแนวทางเพิ่มเติมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM2.5 ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเพื่อความยั่งยืน ครั้งที่ 1/2567 ซึ่งสอดคล้องตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ประกอบด้วยการตัดสิทธิในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนจากวิธีการเผาไปใช้วิธีอื่น และการพิจารณาตัดสิทธิการได้รับความช่วยเหลือชดเชยต่าง ๆ จากภาครัฐสำหรับเกษตรกรที่ไม่ให้ความร่วมมือ การกำหนดมาตรการลดหรือห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านที่พิสูจน์ได้ว่ามีกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการเผา

“ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังคงมุ่งสร้างจิตสำนึกให้เกษตรกรในระยะยาวในการตระหนักถึงข้อดีและข้อเสียของการเผาในพื้นที่การเกษตร รวมทั้งแสวงหาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นเครือข่ายในการร่วมขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร และการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไปใช้ประโยชน์ทดแทนการเผาให้เกิดความยั่งยืนต่อไป” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกโชคชะตาพารวย!ก๋วยเตี๋ยวสู้ชีวิต กล้าคิด กล้าทำ “ลูกชิ้นหมูเด้งปั้นสด ปลอดสารพิษ

เปิดตำนานบทใหม่ของ “นายฐากร ซ่อนกลิ่น” อดีตผู้ใหญ่ ที่ตัดสินใจวางตำแหน่งที่ภาคภูมิใจ หันมาจับตะกร้อลวกเส้นเคียงข้างภรรยาคู่ใจ พร้อมปั้นลูกชิ้นสดเสิร์ฟลูกค้า หลังจากเผชิญมรสุมชีวิตที่รายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัว จนต้องนำโฉนดที่ดินไปจำนองแลกเงินทุน 150,000 บาท มุ่งหน้าจากอำเภอกาบเชิง เข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางสายอาชีพพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวที่เริ่มต้นจากศูนย์ จุดเด่นที่ทำให้ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวแท้ปั้นสด บุฟเฟต์ลูกชิ้น” รสชาติติดอกติดใจลูกค้า คือลูกชิ้นปั้นสดทำเองที่เป็นซิกเนเจอร์ ซึ่งนายฐากร ต้องดั้นด้นเข้ากรุงเทพฯ ไปร่ำเรียนและลองผิดลองถูกอยู่นาน จนได้ลูกชิ้นเนื้อเด้งสูตรเด็ดที่ “ปั้นสดๆ โชว์หน้าร้าน”...