หน้าแรกข่าวล่าสุดมันสัมปะหลังแพงชาวไร่เร่งหาซื้อท่อนพันธุ์ปลูกคึกคักดันราคาพุ่งต้นละ 2 บาท

มันสัมปะหลังแพงชาวไร่เร่งหาซื้อท่อนพันธุ์ปลูกคึกคักดันราคาพุ่งต้นละ 2 บาท

-

ภายหลังจากเริ่มมีฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา เกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังเริ่มเตรียมหาท่อนพันธุ์มันสำปะหลังไว้เตรียมเพาะปลูกในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลกันอย่างคึกคัก ทำให้ราคาท่อนพันธุ์มันสำปะหลังเริ่มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะราคามันสำปะหลังในตอนนี้ พุ่งสูงถึงเกือบกิโลกรัมละ 4 บาทแล้ว จึงจูงใจเกษตรกรที่ปลูกพืชชนิดอื่น เริ่มหันกลับมาปลูกมันสำปะหลังอีกครั้ง เนื่องจากเป็นพืชที่ดูแลง่าย และทนต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้งได้เป็นอย่างดี

จากการสอบถาม นางกนกวรรณ จัดกระโทก อายุ 53 ปี แม่ค้าคนกลางที่ตระเวนหารับซื้อท่อนมันสำปะหลังมาวางจำหน่ายริมถนนทางหลวงหมายเลข 224 ครบุรี – โชคชัย ช่วงบ้านโคกสะอาด ต.อรพิมพ์ จ.นครราชสีมา บอกว่า ช่วงนี้เริ่มมีฝนตกลงมาบ้างแล้วในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ทำให้เริ่มมีเกษตรกรมาติดต่อขอซื้อท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง เพื่อไปเตรียมเพาะปลูกกันอย่างคึกคัก ส่วนใหญ่จะโทรศัพท์สั่งออเดอร์จองเอาไว้ก่อน เพื่อรอให้ฝนตกจึงจะลงมือปลูก โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกพืชชนิดอื่น เห็นมันมันสำปะหลังขายได้ราคาดี จึงหันกลับมาเพาะปลูกมันสำปะหลังใหม่อีกครั้ง

ทำให้ตนต้องเร่งหาสต๊อกท่อนพันธุ์มันสำปะหลังเตรียมไว้เพิ่มเติมกว่าเท่าตัว ทำให้ตอนนี้ราคาท่อนพันธุ์มันสำปะหลังเริ่มปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมก่อนหน้านี้ราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ต้นละ 80 สตางค์ ถึง 1.20 บาท ตอนนี้ขยับมาอยู่ที่ 1.20 ไปจนถึงต้นละ 2 บาท แล้วแต่สายพันธุ์ ขนาดและความสมบูรณ์ของต้นพันธุ์ คาดว่า หากมีฝนตกหนักหรือมีพายุฤดูร้อนเข้ามาสักรอบ ราคาต้นมันสำปะหลังก็น่าจะปรับตัวสูงขึ้นอีก เพราะเกษตรกรจะแห่พากันเร่งหาท่อนพันธุ์ไปปลูกให้ทันก่อนที่ความชื้นจากฝนจะหมดไป

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...