หน้าแรกข่าวล่าสุดครูเสิงสางสอนลูกศิษย์ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์กินเองที่เหลือขายลูกค้าจองทะลัก

ครูเสิงสางสอนลูกศิษย์ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์กินเองที่เหลือขายลูกค้าจองทะลัก

-

ที่ โรงเรียนสุขไพบูลย์วิริยะวิทยา ตำบลสุขไพบูลย์ อำเภอเสิงสางจังหวัดนครราชสีมา นักเรียนชั้นม 5 กำลังเรียนรู้วิธีการหารายได้ระหว่างเรียนโดยการปฏิบัติจริงและขายจริงในการปลูกผักสลัดในระบบน้ำหรือการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งจะใช้หลักการ ทำน้อยแต่ได้มาก ลดการใช้แรงงาน เวลาทำงานและการใส่ปุ๋ย ซึ่งทำให้นักเรียนทุกคนจะได้ เรียนรู้ตั้งแต่ขั้นตอนเพาะเมล็ดจนถึงกระบวนการขายเพื่อสร้างรายได้ นอกจากนี้ผักที่นักเรียนปลูกยังได้รับความนิยมและความสนใจจนมียอดสั่งจองผักจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก

ครูสุนีย์ สิริสุข อายุ 52 ปี ครูเจ้าของกิจกรรมที่สอนนักเรียนปลูกผัก บอกว่า โดยพื้นที่โดยรอบของโรงเรียนส่วนใหญ่จะมีอาชีพเกษตรกรรม และมีตลาดรับซื้อพืชผลทางการเกษตรขนาดใหญ่ การปลูกพืชก็จะเป็นการปลูกแบบลงดินทางโรงเรียนจึงมีความคิดเห็นว่าหากเราสอนวิธีการ ปลูกพืชในรูปแบบไฮโดรโปนิกส์ โดยปลูกในรูปแบบที่แตกต่างจากการทำเกษตรแบบเดิม น่าจะเป็นการสร้างอาชีพให้เด็กๆได้ในอนาคต และทำให้เขามีมุมมองในการพัฒนาอาชีพได้ สำหรับผลผลิตที่ออกมาของนักเรียนค่อนข้างดีและเด็กนักเรียนสามารถจำหน่ายเป็นรายได้ ของตนเอง โรงเรียนจะลงทุน ให้นักเรียนทุกอย่างตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ รางปลูก ในเรื่องของปุ๋ยระบบน้ำ และการนำผลผลิตไปขายโดยได้รับการสนับสนุน รถของโรงเรียนนำผลผลิตไป จำหน่าย ส่วนในเรื่องของการปลูกเด็กนักเรียนจะเป็นคนดูแลกันเองทุกขั้นตอน และจำหน่ายผลผลิตรายได้จากผลผลิต เด็กนักเรียนจะนำ มาแบ่งกันเองทั้งหมด ผักที่ปลูกจะเป็นผักตระกูลผักสลัดทั้งหลาย

ทั้งนี้ เช่น เรดโอ๊คกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค บัตเตอร์เฮด โดยนักเรียนจะแบ่งกันเป็นทั้งหมด 4 กลุ่ม กลุ่มละ 1 แปลง โดยการดูแลนักเรียนในกลุ่มก็จะแบ่งหน้าที่การ คอยดูแลขับช่วยกัน การที่นักเรียน ได้ปฏิบัติลงมือทำเอง จนสามารถขายสร้างรายได้ให้กับตนเองทำให้นักเรียนมีความตั้งใจและใส่ใจในการดูแลผักเป็นอย่างดีทำให้ผักของนักเรียนมีรสชาติดีและอร่อยเป็นที่ต้องการของคนทั่วไปมีการสั่งจองเข้ามาในแต่ละรอบปลูกจนออเดอร์ไม่พอกับความต้องการ นอกจากมีการขายผ่านสื่อออนไลน์แล้ว ทางสำนักงานเกษตรอำเภอเสิงสางก็ยังมีการหาตลาดให้กับน้องๆนักเรียนได้นำผลผลิต ของตนเองนั้นไปวางจำหน่ายเพิ่มอีกด้วย ผลผลิตของน้องๆที่ขายนั้นราคา ขายเพียงถุงละ 20 บาท 1 ถุงนั้นมีผักสลัด 3 ต้น คละกัน ซึ่งหากขายทั่วไปไม่ต่ำกว่าถุงละ 50-60บาท ทำให้มีความต้องการของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก

นางสาวอรพินท์ ยังศรี อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5/1 บอกว่า สิ่งที่ได้ฝึกและได้เรียนในครั้งนี้ ตนคิดว่าสามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพได้ในอนาคต ส่วนตัวที่บ้านนั้นก็ประกอบอาชีพทางเกษตรกรรมอยู่แล้วแต่เป็นการปลูกพืชในระบบดิน การที่ตนเองได้เรียนรู้วิธีการปลูกพืชในระบบน้ำหรือไฮโดรโปนิกนั้น ตนมองว่าเป็นสิ่งที่สามารถไปต่อยอดในเรื่องของอาชีพได้ เพราะเป็นการปลูกแบบใช้พื้นที่น้อย และทำไม่ยาก ลดแรงงาน ที่จะต้องมาคอยดูแลรดน้ำ และกำจัดวัชพืช ลดการใช้ปุ๋ย การปลูกแต่ละรอบจะใช้ระยะเวลาทั้งหมด 38-45 วัน ก็สามารถนำผลผลิตออกมาจำหน่ายได้ การจำหน่ายก็จะเป็นการจำหน่ายโดยหาออเดอร์ผ่านทางสื่อออนไลน์ และกลุ่มลูกค้า ที่เคยสั่งไปแล้วมีการติดต่อมาขอจองเอาไว้ สามารถสร้างรายได้ให้กับนักเรียนได้เฉลี่ยคนละ 500-600 บาท.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ//นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...