หน้าแรกข่าวล่าสุดทหารระดมพลป้องอธิปไตยรับมือเมียนมาสู้รบเดือดติดชายแดนเมืองตาก

ทหารระดมพลป้องอธิปไตยรับมือเมียนมาสู้รบเดือดติดชายแดนเมืองตาก

-

“ผู้การติ๊บ” ผบ.ฉก.ราชมนู นำกำลังทหาร ชุดยานยนต์ติดอาวุธ ครบมือ พร้อมชุดเคลื่อนที่เร็วเดินเท้า ออกลาดตระเวณตามแนวชายแดน รักษาอธิปไตย เฝ้าระวังเหตุ หลังสถานการณ์การสู้รบฝั่งเมียนมา ทวีความรุนแรง เมื่อกลุ่มต่อต้านฯ พยายามเข้ายึดฐานปฏิบัติการของทหารเมียนมา

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 พ.อ.ณัฐกร เรือบติ๊บ “ผู้การติ๊บ” ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา 5 อำเภอชายแดนจังหวัดตาก(อ.แม่สอด=พบพระ=อุ้มผาง=แม่ระมาด =และ อ.ท่าสองยาง) ได้ออกปฎิบัติการนำกำลังทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ชุดยานยนต์ติดอาวุธ ครบมือ จำนวน 7=8 คัน พร้อมทหารราบชุดเคลื่อนที่เร็ว ออกเดินเท้า ออกลาดตระเวณตามแนวชายแดน ริมแม่น้ำเมย เพื่อป้องกันและ รักษาอธิปไตย เฝ้าระวังเหตุ ป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนไทยตามแนวชายแดน

ภายหลังสถานการณ์การสู้รบฝั่งเมียนมา ทวีความรุนแรง เมื่อทหารกองกำลังชนกลุ่มน้อย ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเมียนมา. ได้พยายามเข้ายึดฐานปฏิบัติการของทหารเมียนมา ในเส้นทางหลัก และทหารเมียนมา มีการใช้อากาศยานโจมตีเพื่อป้องกันฐาน เหตุการณ์การสู้รบที่กิดขึ้นนั้นอาจจะส่งผลกระทบให้มีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาอพยพข้ามมาฝั่งไทยได้ ทหาร ฉก.ราชมนู จึงต้องจัดชุดลาดตระเวณทั้ง ชุดยานยนต์ติดอาวุธ ครบมือ พร้อมชุดเคลื่อนที่เร็วเดินเท้า

ปัจจุบันสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ชายแดนด้านตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยทหารกองกำลังชนกลุ่มน้อย ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเมียนมา. ได้พยายามเข้ายึดฐานปฏิบัติการของทหารเมียนมา ในเส้นทางหลัก และทหารเมียนมา มีการใช้อากาศยานโจมตีเพื่อป้องกันฐาน อาจจะส่งผลกระทบให้มีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาอพยพข้ามมาฝั่งไทยได้

พ.อ.ณัฐกร เรือบติ๊บ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจราชมนูกล่าวว่า หากประชาชน พบเห็นสิ่งผิดปกติ ใดๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย และความมั่นคง สามารถแจ้งได้ที่หน่วยเเฉพาะกิจราชมนู ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ เบอร์โทร 081-9622242 ทหารไทยจะรักษาอธิปไตย และเฝ้าระวังป้องกันชีวิตทรัพย์สินคนไทย ให้ดีที่สุด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...