Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดศรีสะเกษผลิตกางเกงลายกูปรีพลัสกระตุ้นศก.ชุมชน

ศรีสะเกษผลิตกางเกงลายกูปรีพลัสกระตุ้นศก.ชุมชน

-

จังหวัดศรีสะเกษเตรียมจัดทำสินค้า”กางเกงลายกูปรีพลัส”จังหวัดศรีสะเกษ นำเงินช่วยเหลือครอครัวชาวบ้านเปราะบาง

ที่หอศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติ เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ ลานกิจกรรมชั้น 1 อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายรัฐวิทย์อังคสุกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ และนายสฤษฏ์ นาควารินทร์ ประธานบริษัทประชารัฐสามัคคีศรีสะเกษ(วิสาหกิจเพื่อสังคม)จำกัด ได้ร่วมกันแถลงข่าวแก่สื่อมวลชน เพื่อเตรียมจัดทำสินค้า”กางเกงลายกูปรีพลัส”จังหวัดศรีสะเกษขึ้น โดยใช้ line อัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษพิมพ์ลายบนกางเกงซึ่งประกอบด้วย ดอกลำดวนเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดศรีสะเกษทุเรียนภูเขาไฟพืช GI เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษกูปรีแหล่งท่องเที่ยว unseen ชื่อผาพญากูปรีเพื่อรำลึกถึงครูปรีตัวสุดท้ายที่สูญพันธุ์ที่จังหวัดศรีสะเกษรายเสาคือการตัดลวดลายด้วยเส้นไหมสีต่างๆเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านของจังหวัดศรีสะเกษที่เพิ่มมูลค่าให้กับผ้าทอและหอมแดงพืช GI เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษและใช้ผ้าสีน้ำตาลซึ่งเป็นสีดินภูเขาไฟถิ่นทุเรียนดินภูเขาไฟจังหวัดศรีสะเกษ

โดยรายได้จากการจำหน่ายหลังหักค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งจะนำไปช่วยเหลือครัวเรือนเปราะบางครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ จปฐ และช่วยเหลือเด็กพิการในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษซึ่งจังหวัดศรีสะเกษมีครัวเรือนกลุ่มเป้าหมาย TPMAP มิติด้านความเป็นอยู่จำนวน 395 ครัวเรือน และมิติด้านรายได้จำนวน 992 ครัวเรือนและเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายต้องซื้อกางเกงกี่ตัวจึงจะได้ สร้างบ้านกาชาด 1 หลังต้องซื้อกางเกง 2,500 ตัวได้ซ่อมบ้านกาชาด 1 หลังต้องซื้อกางเกง 1 ,000 ตัวได้อาหาร 3 มื้อ 1 วันกางเกง 1 ตัวได้ค่าอาหาร 1 มื้อต้องซื้อ 3 ตัวจะได้อาหาร 1 วัน ฐานในการคำนวณบ้านกาชาด 1 หลังซ่อมแซมราคา 40,000 บาทสร้างใหม่ 1,000 บาทค่าอาหารต่อมื้อ 40 บาท 3 มื้อ 120 บาทต่อวัน/คน

โดย..เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...