Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดปลากัดพารวยหนุ่มโคราชเพาะเลี้ยงจากอาชีพเสริมสู่รายได้หลัก

ปลากัดพารวยหนุ่มโคราชเพาะเลี้ยงจากอาชีพเสริมสู่รายได้หลัก

-

ท่ามกลางเศรษฐกิจตกต่ำแต่สำหรับ “สมศักดิ์ ฤทธิ์จันอัด” ชาวตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา แล้วไม่เคยย่อท้อกับชีวิตกลับมีพลังชีวิตลุกฮึดขึ้นมาต่อสู้ด้วยอุดมคติ” ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน “จึงผุดไอเดีย หันมาเพาะพันธุ์ปลากัดส่งขายรายเป็นอาชีพเสริมมาเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้อย่างงดงาม

สมศักดิ์ บอกว่า เมื่อก่อนตนเองมีอาชีพเป็นช่างลายไทย และ เป็นคนชื่นชอบการเลี้ยงปลากัดมาตั้งแต่เด็กๆ จนมาถึงปัจจุบันนี้ ได้หันมาเลี้ยงปลากัดส่งขายเป็นอาชีพหลัก เพราะปลากัดสามารถสร้างรายได้นับหมื่นบาทต่อเดือน โดยมีวิธีเลี้ยงไม่อยาก เมื่อได้พ่อแม่พันธุ์แล้วให้แยกเพศขวดละตัว วางขวดใส่ปลาให้ชิดกันไม่ต้องมีกระดาษปิดคั่น เพื่อให้ปลามองเห็นกัน เราเรียกว่า การเทียบ เทียบไว้นาน 4-7 วัน เพื่อให้ปลาเกิดความเคยชินกัน เมื่อปล่อยลงบ่อเพาะ ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 30-40 เซนติเมตร ใส่น้ำสะอาดลงให้มีระดับสูง 10-15 เซนติเมตร

จากนั้นใส่พันธุ์ไม้น้ำ ใบหรือลำต้นอยู่ผิวน้ำ เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา ผักกระเฉด เพื่อให้ปลากัดสร้างหวอด หลังจากนั้นก็ปล่อยปลาลงบ่อเพาะ หาแผ่นวัสดุ กระดานแข็ง แผ่นกระเบื้อง ปิดบนภาชนะไว้ 2 ใน 3 ของพื้นที่ปากภาชนะ เพราะปลากกัดชอบวางไข่ในที่มืด ต้องการความเงียบสงบ วัสดุที่นำมาปิดจะช่วยบังแสงและกันลมไม่ให้หวอดของปลากัดแตก

สมศักดิ์ บอกต่อว่า ไม่นานปลากัดก็จะวางไข่หลังจากนั้นก็คัดแยกลูกปลาจากบ่ออนุบาล โดยคัดเอาเฉพาะปลาเพศผู้มาเลี้ยง เนื่องจากปลาเพศผู้เป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่าและราคาสูงกว่า ควรปล่อยเลี้ยงในอัตรา 150-200 ตัว ต่อเนื้อที่ 1 ตารางเมตรสำหรับบ่อซีเมนต์ เวลาเลี้ยง 50-60 วัน ปลาที่มีขนาด 5 เซนติเมตร ก็สามารถคัดแยกใส่ขวดเพื่อจำหน่ายได้ ในราคาตัวละประมาณ 20-100 บาทตามขนาดและสายพันธุ์

ตลาดส่วนใหญ่เป็นตลาดต่างประเทศเนื่องจากชาวต่างชาติสนใจปลากัดของไทยมากกว่า ทำให้มีรายได้ดี ใครสนใจต้องการเลี้ยงปลากัดสามารถโทรสอบถามได้ที่เบอร์โทร 085-2436773

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ/นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกผืนนาปลูก ‘ผักบุ้งซิ่ง’ ส่งขายร้านหมูกระทะ รายได้สุดปัง!

ท่ามกลางยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากจำต้องหอบหิ้วความฝันเดินทางออกจากอ้อมกอดของบ้านเกิด มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่เพื่อแสวงหาโอกาสและเข้าทำงานในโรงงาน แต่สำหรับ “โน๊ต - นายวัชรพล วังนุช” และ “ขิม - นางสาวกมลวรรณ แก้วกองนอก” สองสามีภรรยาวัยเพียง 25 ปี แห่งบ้านหนองคันชั่ง ตำบลพระแก้ว อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พวกเขากลับเลือกเส้นทางชีวิตที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง . เส้นทางของพวกเขาไม่ได้เริ่มจากความสุขสบาย แต่เริ่มจาก “หัวใจที่รักบ้านเกิด” และความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวที่จะจับมือร่วมหัวจมท้าย สร้างอนาคตขึ้นด้วยสองมือของตัวเองโดยไม่ต้องจากคนที่รักไปไหน คำถามที่ทั้งคู่ตั้งขึ้นในใจก่อนเริ่มต้น...