เกษตรกรต้นแบบยุคสมาร์ท ฟาร์เมอร์ “สุกิม สาพา” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านเขาดิน ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ไม่เพียงเป็นผู้นำท้องถิ่นที่ดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ชาวบ้านแล้ว ยังทำมาหากินแบบดั้งเดิม คือ ทำการเกษตรกรรมให้สอดคล้องกับต้นทุนปัจจุบัน นั้นก็คือ ทำเกษตรอินทรีย์ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้
โดยการทำเกษตรกรผสมผสานยึดตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 หนึ่งในนั้นได้ปลูกข้าวโพดเหนียวม่วงแต้ม ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ,เมินปุ๋ยเคมี แต่ทำแบบเกษตรอินทรีย์ – ชีวภาพ ใช้สูตรน้ำหมักสับปะรด แทนปุ๋ยเคมี –ไม่ฉีดยาฆ่าแมลง เพื่อดูแลสุขภาพตัวเองและผู้บริโภค ผลผลิตจึงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ตลาดสุขภาพ คนซื้อปลอดภัย คนขายยั่งยืนในยามนี้ สร้างรายได้ดีขายให้ลูกค้า
“สุกิม”บอกว่า ทุกปีจะปลูกข้าวโพดเหนียวม่วงแต้ม มีลูกค้าสั่งจองทุกวัน มีรายได้จากการขายข้าวโพดเหนียวม่วงแต้ม เฉลี่ย วันละ1,000บาท /วัน พร้อมทั้งบอกเคล็ดลับการปลูกข้าวโพดให้มีรสชาติหวาน อร่อย เก็บไว้กินหลายวันได้ โดยใช้พื้นที่ 2 ไร่ ทยอยปลูกข้าวโพด 7 รุ่น เว้นช่วงการปลูก (7-10/รุ่น) เพื่อให้มีข้าวโพดทันการบริโภค ความต้องการของลูกค้า
“ตั้งแต่เริมปลูกข้าวโพดให้เวลา 65 วัน โดยใช้น้ำหมักสับปะรดเพื่อเป็นการลดต้นทุน เป็นเกษตรแบบอินทรีย์ หรือชีวภาพไม่ใช้ยาฆ่าแมง ปุ๋ยเคมี ที่ตลาด-ผู้บริโภคต้องการ ใช้เวลาหมักเปลือกสับปะรด15 วัน จากนั้นนำมาใส่ถังปล่อยไปกับสายยาง ที่เดินไว้สำหรับรดน้ำในแปลงข้าวโพด หลังจากเตรียมดิน ข้าวโพดรดน้ำเช้า – เย็น ข้าวโพดอายุได้ 7-10 วันจะใส่ปุ๋ยน้ำหมักควบคู่ไปด้วยกับการรดน้ำ”
“สุกิม”บอกต่อว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ 80% เป็นลูกค้าจากโรงงานนิคมอุตสาหกรรมย่านกบินทร์บุรีซึ่งตนเอง ก่อนหน้าเคยเป็นอดีตพนักงานโรงงานมาก่อน โดยให้ลูกน้องเก่ามาหักข้าวโพดเอาไปต้มกินจากนั้นก็รับออเดอร์ด้วยการบอกต่อแยยปากต่อปาก ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนรักสุขภาพ จะ สั่งจองกันเป็นรายวัน
สำหรับข้าวโพดเหนียวมะม่วงแต้มจุดเด่น คือ เมล็ดของข้าวโพดเหนียวม่วงแต้มจะมีสีม่วงขึ้นแซมอยู่ในแถวข้าวโพด เมล็ดสีขาว จึงเป็นที่มาของข้าวโพดเหนียวม่วงแต้ม ขายกิโลกรัมละ 15 บาท บรรจุใส่ถุงแพ็คถุงละ 3 กก. ราคา 50 บาท สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละพันบาท
โดย…มานิตย์ สนับบุญ/ปราจีนบุรี








