Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชาวบ้านนครชุมเผาข้าวหลามหมื่นกระบอกทำบุญวันเพ็ญเดือน 3 วันมาฆบูชา

ชาวบ้านนครชุมเผาข้าวหลามหมื่นกระบอกทำบุญวันเพ็ญเดือน 3 วันมาฆบูชา

-

ชาวบ้านนครชุม เริ่มแล้วเผาข้าวหลามเงินแสน เพื่อนำไปทำบุญในวันเพ็ญเดือน 3 วันมาฆบูชา โดยมีประชาชนที่ศรัทธาถวายข้าวเหนียว 6 ตัน มะพร้าว 6 พันลูก ไม้ไผ่กว่าพันลำให้กับวัด สามารถทำข้าวหลามได้กว่าหมื่นกระบอก คนเข้าคิวรอซื้อจนต้องสั่งจองกัน

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานวัดพระบรมธาตุเจดียาราม ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พระเทพวชิรเมธี เจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุนครชุม ได้จัดงานเผาข้ามหลามภูมิปัญญาท้องถิ่นขึ้น เพื่อนำไปทำบุญในวันเพ็ญเดือน 3 วันมาฆบูชา ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวบ้านนครชุมที่ทำสืบต่อกันมา โดยตำนานการเผาข้าวหลามของชาวนครชุม ที่มีการเล่าขานสืบต่อกันมาว่า ในช่วงนี้ชาวนาชาวไร่เสร็จจากเกี่ยวข้าวเกี่ยวถั่ว ชาวบ้านจะทำข้าวใหม่และถั่วที่ได้จากการเพาะปลูกมาทำบุญ ซึ่งถือว่าเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับแม่โพสพ และความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวนาชาวไร่และชาวบ้านในชนบท

สำหรับการทำข้าวหลามของชาวนครชุม เป็นการทำการเผาแบบท้องถิ่นในสมัยดั้งเดิม โดยการตั้งเผากับดิน การทำบุญเพ็ญเดือน 3 วันมาฆบูชาของชาวกำแพงเพชรในอดีต จะต้องเดินทางมาทำบุญที่วัดพระบรมธาตุนครชุม ซึ่งอยู่ห่างไกลและค่อนข้างลำบาก ข้าวสวยที่หุงสุกกว่าจะเดินทางมาทำบุญที่วัดส่วนใหญ่จะบูด ดังนั้นชาวบ้านจึงได้นำข้าวไปเผาเป็นข้าวหลาม ซึ่งจะอยู่ได้นานหลายวันโดยไม่บูด

คนเฒ่าคนแก่ เปิดเผยว่า ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 3 ทุกบ้านจะเผาข้าวหลามทำให้ควันไฟตลบอบอวลไปทั้งตำบล แต่เนื่องจากบ้านเจริญขึ้นบ้านเรือนประชาชนเริ่มปลูกติดกัน การเผาข้าวหลามตามบ้านได้สร้างควันไฟและฝุ่นละออง ดังนั้นการเผาข้าวหลามของชาวบ้านจึงเริ่มหายไป

ต่อมาทางวัดพระบรมธาตุนครชุม โดยพระเทพวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ เจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร จึงนำชาวบ้านมาร่วมกันเผาข้าวหลามขึ้นในวัดเป็นที่เดียว เพื่อจำหน่ายให้ประชาชนที่จะมาทำบุญในวันเพ็ญเดือนสาม โดยปีนี้ชาวบ้านได้ร่วมกันบริจาคไม้ไผ่ป่ากว่า 1,000 ลำ มะพร้าวประมาณ 6,000 ลูก ข้าวเหนียวประมาณ 6 ตัน น้ำตาลและถั่วดำอีกจำนวนมาก โดยมีชาวบ้านผู้เฒ่าผู้แก่มาช่วยทำ ทั้งแผนกปอกมะพร้าว คั้นกะทิ ฝ่ายตัดกระบอกไม้ไผ่ แผนกกรอกข้าวใส่กระบอก ฝ่ายกรอกน้ำกะทิ ฝ่ายที่นำข้าวหลามไปเผาใส่ฝืน และสุดท้ายแผนกขาย รวมหลายสิบคนช่วยกัน

สำหรับข้าวหลามของชาวนครชุมจะมีรสชาติไม่หวานแหลมมาก ข้าวจะนุ่มสามารถรับประทานกับส้มตำ ไก่ย่าง เนื้อทอดหมูทอด เหมือนกับข้าวเหนียวนึ่งได้ด้วย โดยข้าวหลามที่เผาเสร็จจะมีคนมารอซื้อกลับไปทันทีจนสุกไม่ทันขายต้องมีการสั่งจองกันล่วงหน้านับร้อยคิว โดยปีที่ผ่านๆ มาในระยะเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันขึ้น 14 ค่ำไปจนถึงวันแรม 3 ค่ำเดือน 3 สามารถจำหน่ายข้าวหลามสำหรับทำบุญวันเพ็ญเดือนสาม ได้ไม่ต่ำกว่า 3-4 แสนบาท โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปทำนุบำรุงวัดพระบรมธาตุต่อไป.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกโชคชะตาพารวย!ก๋วยเตี๋ยวสู้ชีวิต กล้าคิด กล้าทำ “ลูกชิ้นหมูเด้งปั้นสด ปลอดสารพิษ

เปิดตำนานบทใหม่ของ “นายฐากร ซ่อนกลิ่น” อดีตผู้ใหญ่ ที่ตัดสินใจวางตำแหน่งที่ภาคภูมิใจ หันมาจับตะกร้อลวกเส้นเคียงข้างภรรยาคู่ใจ พร้อมปั้นลูกชิ้นสดเสิร์ฟลูกค้า หลังจากเผชิญมรสุมชีวิตที่รายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัว จนต้องนำโฉนดที่ดินไปจำนองแลกเงินทุน 150,000 บาท มุ่งหน้าจากอำเภอกาบเชิง เข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางสายอาชีพพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวที่เริ่มต้นจากศูนย์ จุดเด่นที่ทำให้ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวแท้ปั้นสด บุฟเฟต์ลูกชิ้น” รสชาติติดอกติดใจลูกค้า คือลูกชิ้นปั้นสดทำเองที่เป็นซิกเนเจอร์ ซึ่งนายฐากร ต้องดั้นด้นเข้ากรุงเทพฯ ไปร่ำเรียนและลองผิดลองถูกอยู่นาน จนได้ลูกชิ้นเนื้อเด้งสูตรเด็ดที่ “ปั้นสดๆ โชว์หน้าร้าน”...