Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเตือนปลูกหม่อนช่วงอากาศร้อนแล้งระวังเพลี้ยไฟบุกทำลายสวน

เตือนปลูกหม่อนช่วงอากาศร้อนแล้งระวังเพลี้ยไฟบุกทำลายสวน

-

พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม แจ้งเตือนเกษตรกรป้องกันต้นหม่อนจากเพลี้ยไฟ เนื่องจากสภาพอากาศในระยะนี้อยู่ในภาวะร้อนแล้ง เอื้อต่อการระบาดของเพลี้ยไฟเข้ามาทำลายต้นหม่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม เป็นช่วงที่มีเพลี้ยไฟระบาดรุนแรงในรอบปี แต่การระบาดจะลดลงในช่วงที่มีฝนตกชุก

“เพลี้ยไฟสามารถขยายพันธุ์ได้ตลอดปี ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย จะมาดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นหม่อน โดยดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณใต้ใบหม่อน โดยเฉพาะใบอ่อนที่ยอดหม่อน ส่งผลให้ใบกร้าน ยอดและใบแคระแกร็น บางครั้งใบจะหงิก ใบม้านเข้าหากิน ใบที่กร้านสังเกตใต้ใบจะมีสีน้ำตาลและใบจะหลุดร่วง”

พันจ่าเอก ประเสริฐ แนะว่า ในระยะนี้ให้เกษตรกรสำรวจแปลงหม่อนอย่างสม่ำเสมอ ไถพรวนดินในแปลงหม่อน เพื่อกำจัดวัชพืชซึ่งเป็นแหล่งขยายพันธุ์และหลบซ่อนของเพลี้ยไฟ หากพบการระบาดของเพลี้ยไฟ ให้กำจัดโดยการตัดแต่งกิ่งหม่อน ทั้งตัดกลางและตัดต่ำ จะช่วยตัดวงจรชีวิตของเพลี้ยไฟไม่ให้มีที่วางไข่ รวมทั้งใช้กับดักแสงไฟล่อแมลง เพื่อดึงดูดตัวเต็มวัยเพลี้ยไฟให้มาติดในกับดัก หรือใช้น้ำฉีดพ่นบริเวณใต้ใบ เพื่อให้ตัวอ่อนหล่นออกจากใบ

อาจใช้ใบกะเพราหรือใบโหระพา 1 กิโลกรัม ตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำ 20 ลิตร หมักทิ้งไว้ 1 คืน กรองเอากากออก แล้วนำน้ำหมักไปฉีดพ่นในแปลงหม่อน รวมทั้งอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติในแปลงหม่อน เช่น ด้วงเต่าลาย เป็นต้น เท่านี้ก็ลดความเสียหายจากเพลี้ยไฟได้

พันจ่าเอก ประเสริฐ แนะเพิ่มเติมว่า ถ้าพบการระบาดรุนแรงมาก จําเป็นต้องใช้สารเคมี ให้ใช้สารเคมีฉีดพ่น ได้แก่ ไดเมทโธเอท ในอัตรา 30-40 ซีซีต่อนํ้า 20 ลิตร แต่เนื่องจากสารเคมีประเภทนี้มีพิษตกค้างในใบหม่อนนานไม่น้อยกว่า 20 วัน จึงควรเก็บใบหม่อนไปเลี้ยงไหม หลังพ่นสารเคมีไปแล้ว 30–35 วัน.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...