หน้าแรกรอบรั้วภูธรเก้งวิ่งหนีไฟป่ากลับถูกพรานยิงดับจนท.สกัดจับได้คาเรือหางยาว

เก้งวิ่งหนีไฟป่ากลับถูกพรานยิงดับจนท.สกัดจับได้คาเรือหางยาว

-

สถานการณ์ไฟป่าจ.ตาก ที่เริ่มรุนแรงขึ้นจากการเข้าสู่ฤดูแล้ง และส่งผให้เกิดหมอกควันกระจายไปทั่ว คือ เช้าที่ผ่านมาสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ตรวจวัดค่าคุณภาพอากาศ ได้ 53.9 มคก./ลบ.ม. เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้ ส่งผลต่อระบบหายใจ ระคายเคืองตา ควรกำจัดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง ขณะที่นายประสิทธิ์ ท่าช้าง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 (ตาก) สั่งการให้หน่วยป้องกัน และรักษาป่าที่ ตก.17ทรัพย์สมบูรณ์ สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อส.เมืองตาก และเครือข่ายดับไฟป่าในพื้นที่ ร่วมกันเดินเท้าขึ้นไปดับไฟป่าที่เกิดขึ้นบริเวณภูเขาท้ายหมู่บ้าน บ้านตลุกสัก หมู่ที่ 13 ต.วังหิน อ.เมือง จ.ตาก โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมไฟป่าไว้ได้ มีพื้นที่ป่าได้รับเสียหายประมาณ 5 ไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากปัญหาหมอกควันที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกับมนุษย์ และยังส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าต้องอพยพหนีไฟป่าเพื่อหาแหล่งที่อยู่ใหม่ เมื่อทราบถึงข่าวการอพยพของสัตว์ป่า

ทางด้าน นายเกรียงไกร เพาะเจริญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ปิง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำอุทยานแห่งชาติแม่ปิง ได้ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการป่าไม้ และป้องกันไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบเหนือเขื่อนภูมิพล ขณะที่ใช้เรือตรวจการณ์ บริเวณป่าห้วยหมูเน่า ต.บ้านนา อ.สามเงา จ.ตาก เขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิงนั้น ได้ตรวจพบเรือหางยาวล่องจากเหนือน้ำกำลังกลับหมู่บ้านห่างไปประมาณ 17 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงให้หยุด และตรวจสอบ ทราบชื่อเจ้าของเรือคือนายสม ……..อายุประมาณ 49 ปี ชาวบ้าน บ้านในพื้นที่ ต.บ้านนา และพบซากเก้ง อีเก้ง หรือ ฟาน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พร้อมด้วยอาวุธปืนลูกซองเดียวเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน จำนวน 4 นัด จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามเงา จ.ตาก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ดีจาก สถานการณ์ไฟป่า ทำให้สัตว์ป่า ตื่นหนีไฟป่า และอพยพเคลื่อนย้ายถิ่น ทำให้ ชาวบ้านที่เป็นพรานป่าฉวยโอกาสที่สัตว์ป่าอพยพหนีไฟป่า มาลักลอบแอบซุ่มยิงดังกล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...