หน้าแรกข่าวล่าสุดท่องเที่ยวใต้ฟื้นกำลังซื้อสูง ควบส่งภาคกลาง หมูภาคใต้ราคาพุ่ง

ท่องเที่ยวใต้ฟื้นกำลังซื้อสูง ควบส่งภาคกลาง หมูภาคใต้ราคาพุ่ง

-

กลุ่มผู้ค้าสุกรภาคใต้ ชี้ การส่งออกหมูไปยังภาคกลาง ทำให้หมูในพื้นที่ภาคใต้ลดลงจากระบบฟาร์ม และมีทิศทางการซื้อขายที่ดีขึ้น โดยหมูหน้าฟาร์มอยู่ที่ กก.ละ 70 บาท อีกทั้งการที่นักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้ามาเที่ยว ทำให้เกิดกำลังซื้อเช่นกัน

นายชธิตถ์ ภักดีบุรี เลขาธิการสมาคมการค้าเลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยว่า สมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ ได้ประกาศราคาการซื้อขายจาก 72 บาท/กก. ขึ้นเป็น 74 บาท/กก. แต่ราคาซื้อขายจริงทั่วภาคใต้เคลื่อนไหวที่ 70 บาท/กก. จากปัจจัยในพื้นที่ขาดกำลังซื้อ เนื่องจากหลายปัจจัยหลักๆ ที่ขึ้นอยู่กับภาวะพืชผลการเกษตรที่เข้าสู่มรสุมหน้าฝนน้ำท่วม ไม่สามารถเสริมสร้างรายได้ได้

นายชธิตถ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม แต่ยังโชคดีที่ภาคธุรกิจการท่องเที่ยว สามารถสร้างกำลังซื้อด้านการบริโภค ในการดึงสุกรออกไปได้จากระบบฟาร์มได้ ทำให้ในขณะนี้ปริมาณสุกรในภาคใต้ได้ลดลง เนื่องจากสภาวะการท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติเข้ามายังพื้นที่ภาคใต้มาก โดยเฉพาะ จ.สงขลา เป็นตลาดรายใหญ่ที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ผู้เลี้ยงสุกรทางภาคใต้ยังได้ระบายสุกรมีชีวิต ส่งขึ้นไปตลาดภาคกลางยัง จ.นครปฐม จ.ราชบุรี ประมาณ 10,000 ตัว/เดือน โดยโบรกเกอร์จะซื้อในพื้นที่ภาคใต้ 64-65 บาท/กก. ไปถึงข้างบน ได้ราคา 68-70 บาท/กก. จนทำให้ทิศทางของสุกรในพื้นที่ภาคใต้มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเทศกาลการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจำนวนหลายเทศกาล เช่น เทศกาลตรุษจีน เทศกาลสงกรานต์ ฯลฯ นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจะเข้ามาปริมาณมาก อันจะส่งผลให้สุกรภาคใต้ ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวสามารถสร้างเสริมรายได้ในขั้นที่น่าพอใจยิ่ง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...