หน้าแรกรอบรั้วภูธรคานคอนกรีตหนัก 45 ตันร่วงทับคนงานต้องตัดขา 2 ข้าง

คานคอนกรีตหนัก 45 ตันร่วงทับคนงานต้องตัดขา 2 ข้าง

-

จากกรณีเกิดอุบัติเหตุคานคอนกรีตสะพานข้ามแยกสนามบินกระบี่ ร่วงลงมาทับขาคนงานเมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยสาเหตุเกิดจากรถแบ็กโฮที่เข้าไปย้ายอุปกรณ์การทำงาน ไปกระแทกตัวคานทำให้หลุดจากจุดติดตั้งสูงกว่า 10 เมตร ร่วงลงมา แต่ยังโชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง บริเวณจุดก่อสร้างสะพานข้ามแยกถนนเพชรเกษม ช่วงหมู่ 5 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ โดยพบว่าจุดที่เกิดเหตุ ไม่มีคนงานก่อสร้างอยู่ เนื่องจากจุดนี้มีก่อสร้างเสร็จแล้ว เหลือเพียงการปูพื้นคอนกรีตสะพานเท่านั้น จึงมีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องจักรต่างๆ ออกจากพื้นที่ไปหมดแล้ว

จากการสอบถามอาการของคนเจ็บไปที่ รพ.กระบี่ ในเบื้องต้น ทราบว่าตอนนี้คนเจ็บ มีอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว นอนพักรักษาตัวอยู่ตึกศัลยกรรมกระดูก แต่ที่น่าหดหู่คือ แพทย์ต้องทำการตัดขาทั้ง 2 ข้างออก เนื่องจากขาถูกแท่นคอนกรีตหนักถึง 45 ตัน ร่วงลงมาทับจนขา 2 ข้างแหลกละเอียด ทำให้สภาพจิตใจของคนเจ็บยังคงย่ำแย่ ยังมีอาการซึมเศร้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น

ด้านนายณัฐชนน จันทร์คง ผอ.แขวงทางหลวงกระบี่ เผยว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการโครงการ ที่เป็นคณะจากกรมทางหลวงโดยตรง จะลงมาตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของแขวงทางหลวงกระบี่ ซึ่งในเบื้องต้นอุบัติเหตุดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของการก่อสร้างโครงสร้างสะพาน แต่เกิดจากความบกพร่อง และประมาทของคนงานบริษัทเอง จึงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกรมฯ และบริษัทต้นสังกัดที่จะจัดการเรื่องนี้ แต่ก็พูดกำชับไปยังบริษัทแล้วให้เพิ่มความระมัดระวัง อย่าให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นมาอีก

ในส่วนของตำรวจ สอบถามไปยังตำรวจ สภ.เหนือคลอง เจ้าของท้องที่เกิดเหตุ ทราบว่า ในขั้นต้นสอบปากคำคนขับแบ็กโฮ และเพื่อนคนงานไว้ก่อนแล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อหาใดๆ เพราะกรณีนี้เป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากคู่กรณี 2 ฝ่าย และอยู่ในพื้นที่ปิด จึงอยู่ที่ฝ่ายคนเจ็บว่าจะติดใจเอาความหรือไม่ รวมทั้งทรัพย์สินของทางราชการไม่ได้รับความเสียหาย แต่หากมีการชดใช้รับผิดชอบกันก็ไม่เป็นคดีความผิดต่อรัฐ.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

“บุนยามีน มีเต๊ะ”เกษตรกรต้นแบบเลี้ยง “ผึ้งชันโรง”สร้างรายได้-เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่นสุไหงโก-ลก

บุนยามีน มีเต๊ะ เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงในหมู่ที่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เริ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จากความสนใจส่วนตัวและความต้องการสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว ต่อมาได้พัฒนาการเลี้ยงให้เป็นกิจกรรมที่มีโอกาสต่อยอดสู่การสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ในชุมชน ปัจจุบันฟาร์มมีผึ้งชันโรงมากกว่า 100 รัง เลี้ยง 2 สายพันธุ์ ได้แก่ อิตาม่าและโทราซิก้า ซึ่งผู้เลี้ยงเห็นว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ โดยทั่วไปสามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละ 1 ครั้ง ปริมาณประมาณ...