หน้าแรกข่าวล่าสุดศรีสะเกษลุยส่งเสริมการตลาดหอมแดงวังหิน เพิ่มมูลค่าขาย สร้างรายได้ชุมชน

ศรีสะเกษลุยส่งเสริมการตลาดหอมแดงวังหิน เพิ่มมูลค่าขาย สร้างรายได้ชุมชน

-

อำเภอวังหิน จ.ศรีสะเกษ ชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมงาน เทศกาลหอมแดงอำเภอวังหิน ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 7-9 ก.พ. 2567 เพลิดเพลินกับการออกร้านจำหน่ายสินค้า ประกวดผลผลิตการเกษตร ประชาสัมพันธ์ผลผลิตหอมแดง และสร้างการตลาดหอมแดง ให้มีราคาสูงขึ้น

นายอานนท์ หนุนชู นายอำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า  การจัดงานเทศกาลหอมแดงอำเภอวังหิน ครั้งที่ 37 ประจำปี 2567 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 ก.พ. 2567 ภายในงานจะมีกิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ การออกร้าน การจำหน่ายสินค้า ของส่วนราชการ เอกชนและเกษตรกรจากหมู่บ้านชุมชนต่างๆ มีการจัดประกวดผลผลิตทางการเกษตร เช่น การประกวดหอมแดง กระเทียม พริก มะเขือ และแตงกวา การประกวดการจัดซุ้มหอมแดง และการประกวดธิดาหอมแดง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ผลผลิตหอมแดง และสร้างการตลาดหอมแดงให้มีราคาสูงขึ้นโดยนายอำเภอได้เน้นภายในงานห้ามมีการละเล่นปาโป่ง ปาเป้า ซึ่งเป็นการพนันไม่ให้มีเด็ดขาด

นายอำเภอวังหิน กล่าวอีกว่า จังหวัดศรีสะเกษ เป็นแหล่งเพาะปลูกหอมแดงขนาดใหญ่ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งภาค โดยเฉพาะอำเภอวังหิน ถือว่าเป็นแหล่งผลิตหอมแดงที่มีคุณภาพจำหน่ายทั้งภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 1,300 ไร่ ผลผลิตในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 3,900 ตัน หอมแดงอำเภอวังหินมีลักษณะเด่น คือ “ใหญ่ แห้ง แดง มัน และคอเล็ก” เก็บไว้บริโภคได้นาน

ส่วนตำบลบุสูง มีพื้นที่การเพาะปลูกหอมแดง ประมาณ 200 ไร่  มีผลผลิตในแต่ละปี ไม่ต่ำกว่า 600 ตัน สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เฉลี่ยปีละประมาณ 12 ล้านบาท ซึ่งหอมแดงในปีนี้เกษตรกรจำหน่ายได้กิโลกรัมละ 25-40 บาท โดยจะมีพ่อค้ามาติดต่อซื้อขายกับเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรง

ทั้งนี้ จังหวัดศรีสะเกษ ได้กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคาหอมแดง โดยการแต่งตั้งคณะทำงานในการส่งเสริมและพัฒนาผลผลิต ดำเนินการจดทะเบียนผู้ปลูกหอมแดง ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มและรณรงค์ให้เกษตรกรผลิตหอมแดงให้ได้คุณภาพ และจำหน่ายในราคาสูงขึ้นต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...