หน้าแรกข่าวล่าสุดร้านข้าวแกงบ่นอุบไข่ 'เศรษฐา'แพงกว่า 'ลุงตู่งเมนูไข่ขายแทบไม่ได้กำไร

ร้านข้าวแกงบ่นอุบไข่ ‘เศรษฐา’แพงกว่า ‘ลุงตู่งเมนูไข่ขายแทบไม่ได้กำไร

-

นครราชสีมา – ร้านขายข้าวแกงโคราชโอด ไข่ลุงตู่ว่าแพงแล้ว เจอไข่นายกเศรษฐาแพงหนักกว่าอีก เมนูไข่ขายแทบไม่ได้กำไร วอนรัฐบาลช่วยพยุงราคา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนคนรากหญ้า

ภายหลังจากที่เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไข่ไก่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ชลบุรี จำกัด ได้ออกประกาศขึ้นราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกร เมื่อวันที่ 11 ม.ค.67 ฟองละ 30 สตางค์ หรือปรับขึ้นแผงละ 9 บาท ทั้งขายปลีกและขายส่ง ทำให้ประชาชนผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจร้านขายข้าวแกงในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยไปที่ร้านข้าวแกง “ครัวนกน้อย”ถนนบัวรอง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบว่าเมนูไข่ต่างๆ เช่น ไข่พะโล้, ไข่ดาว, ไข่ลูกเขย, ไข่ผัดมะระ และไข่ผัดวุ้นเส้น เป็นต้น ยังไม่ได้มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด ถึงอย่างไรก็ตามผู้ประกอบการร้านข้าวแกงก็บ่นว่าเมนูไข่มีต้นทุนที่สูงมาก จนขายแทบไม่ได้กำไรเลย

นายสำรวย แซ่หั่น เจ้าของร้านขายข้าวแกงครัวนอกน้อย กล่าวว่า แต่ก่อนเคยบ่นว่าไข่ยุคนายกฯ “ลุงตู่” แพงมากแล้ว แต่ตอนนี้ไข่ยุคนายกฯ“เศรษฐา” แพงหนักกว่าอีก หนำซ้ำทุกอย่างยังแพงขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะก๊าซหุงต้ม และน้ำตาล ทำให้ตอนนี้ต้นทุนการทำข้าวแกงของตนเองสูงขึ้นตามไปด้วย ตอนนี้เมนูไข่ขายแทบไม่ได้กำไรแล้ว ที่อยู่ได้เพราะถัวเฉลี่ยกับเมนูอื่นๆ แม้ไข่จะแพง แต่ทางร้านก็ไม่กล้าที่จะปรับราคาขึ้นตาม เพราะกลัวลูกค้าหายหมด

ทั้งนี้จึงฝากถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า ให้ช่วยพยุงราคาไข่ให้ลดลงกว่านี้บ้าง เพราะถ้าไข่แพงจะกระทบกับประชาชนรากหญ้ามาก เนื่องจากไข่ไก่เป็นอาหารพื้นฐานที่ชาวบ้านทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย ถ้าไข่แพงชาวบ้านส่วนใหญ่จะเดือดร้อนกันมาก ส่วนร้านขายข้าวแกงก็เดือดร้อนมานานแล้ว ไม่รู้ว่าจะต้องทนแบบนี้ไปถึงไหน ยิ่งตอนนี้มีข่าวว่าไวรัสโควิด-19 กลับมาระบาดอีกระลอกแล้ว ถ้าคนไม่กล้าออกมารับประทานอาหารนอกบ้าน หรือมีการสั่งปิดร้านค้าที่มีคนพลุกพล่าน ก็จะทำให้ร้านค้าต่างๆ เจ๊งกันไปหมดแน่นอน.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ // นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...