Google search engine
หน้าแรกเกษตรรอบบ้าน“ยูนิฟาร์ส” ระดมทุนพัฒนาเทคโนโลยี พลิกโฉมหน้าภาคการเกษตรและอาหาร

“ยูนิฟาร์ส” ระดมทุนพัฒนาเทคโนโลยี พลิกโฉมหน้าภาคการเกษตรและอาหาร

-

ยูนิฟาร์ส (UniFAHS) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของไทยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 10 บริษัทสตาร์ตอัปด้านการจัดการปศุสัตว์ชั้นนำระดับโลก ระดมทุนกว่า 40 ล้านบาท พัฒนาเทคโนโลยีควบคุมแบคทีเรีย เพื่อขยายธุรกิจและพลิกโฉมการผลิตอาหารด้วยแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

การระดมทุนรอบนี้ได้รับการสนับสนุนจาก เอดีบี เวนเจอร์ส (Asian Development Bank Ventures หรือ ADB Ventures) และ อินโนสเปซ (ประเทศไทย) (InnoSpace (Thailand)) ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นอย่างแข็งแกร่งที่มีต่อแนวทางเชิงนวัตกรรมและศักยภาพในอนาคตของยูนิฟาร์ส ทั้งนี้ เอทูดี เวนเจอร์ส เป็นผู้นำด้านการลงทุนในธุรกิจระยะเริ่มต้นระดับชุมชนที่มีความโดดเด่น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการกับปัญหาด้านเงินทุนที่กระจัดกระจายและช่วยให้เข้าถึงโอกาสในการลงทุนอย่างเท่าเทียม

“เรารู้สึกยินดีที่ได้เป็นผู้นำและรวบรวมโอกาสในการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในยูนิฟาร์ส ซึ่งมีการผสานเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเข้ากับความสามารถทางวิทยาศาสตร์ของผู้ก่อตั้งบริษัท การลงทุนครั้งนี้ตอกย้ำความเชื่อมั่นของเราที่มีต่อผู้ก่อตั้งชาวไทยและศักยภาพของสตาร์ตอัปไทยในการกำหนดนิยามใหม่และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ รวมถึงนำเสนอโซลูชันที่สามารถส่งออกไปยังตลาดโลก ตลอดจนบรรลุการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและรวดเร็ว” คุณอันกิต อุปัธยา (Ankit Upadhyay) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเอทูดี เวนเจอร์ส กล่าว

ยูนิฟาร์สก่อตั้งโดย ดร.กิติญา วงษ์คำจันทร์ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยคอร์เนล ซึ่งเป็นผู้นำด้านการวิจัยเฟจและความปลอดภัยทางอาหาร และคุณชลิตา วงศ์ภักดี ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและธุรกิจการเกษตรซึ่งคร่ำหวอดในแวดวงการเกษตร อาหาร อาหารสัตว์ และสุขภาพสัตว์ ทั้งนี้ นวัตกรรมสารผสมจากเฟจที่ยูนิฟาร์สจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้วนั้น ถือเป็นแนวหน้าในการต่อสู้กับการดื้อยาปฏิชีวนะ อีกทั้งยังส่งเสริมแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ ในโอกาสนี้ ดร.กิติญา กล่าวว่า “วิสัยทัศน์ของยูนิฟาร์สคือการสร้างอนาคตสำหรับการผลิตอาหารที่ยั่งยืน เงินทุนนี้จะช่วยสนับสนุนทางการเงิน และยังเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของเทคโนโลยีเฟจของเราในการปฏิวัติภาคการเกษตรและความปลอดภัยทางอาหาร”

หลังจากได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 10 บริษัทสตาร์ตอัปด้านการจัดการปศุสัตว์ชั้นนำระดับโลกโดย สตาร์ตอัส อินไซต์ส (StartUs Insights) ในปี 2566 ดร.กิติญาและทีมงานยังคงเดินหน้าผลักดันการวิจัยใหม่ ๆ และการนำไปใช้สำหรับการผลิตอาหารที่ยั่งยืนต่อไป เพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับวงการเทคโนโลยีชีวภาพ ดังนั้น การระดมทุนครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มกำลังการผลิตและขยายขอบเขตการเข้าถึงลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายเพื่อขยายฐานลูกค้าให้ได้ 20% ภายในปี 2567 ซึ่งจะส่งผลต่อการผลิตอาหารทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

ในขณะที่ยูนิฟาร์สเริ่มออกเดินทางสู่การเติบโตและการขยายธุรกิจ เอดีบี เวนเจอร์ส ก็ได้กลายเป็นพันธมิตรที่มีความสำคัญสำหรับบริษัท โดยให้การสนับสนุนทั้งทางการเงิน ประสบการณ์อันยาวนาน และเครือข่ายพันธมิตรที่มีอยู่ทั่วโลก ทั้งสองบริษัทต่างแสวงหาการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยให้ความสำคัญกับแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

“แนวทางที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของยูนิฟาร์สได้มอบโอกาสในการพลิกโฉมภาคการเกษตรและอาหาร ด้วยการลดการพึ่งพายาปฏิชีวนะอย่างมีนัยสำคัญ เราเชื่อว่ายูนิฟาร์สมีศักยภาพในการสร้างผลกระทบอย่างมากต่อสภาวะภูมิอากาศในภูมิภาคได้ ดังนั้น เราจึงสนใจที่จะสนับสนุนการขยายกิจการของยูนิฟาร์สทั่วภูมิภาคเอเชียเป็นอย่างมาก” คุณฐิติรัตน์ สิทธัครเดช ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนของเอดีบี เวนเจอร์ส กล่าว

UniFAHS – Empowering sustainable phages to take care of our planet

ปัจจุบัน ยูนิฟาร์สประสบความสำเร็จในการเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตสัตว์ปีกชั้นนำระดับโลกในภูมิภาคเอเชีย โดยความล้ำหน้าของเทคโนโลยีเฟจช่วยให้ยูนิฟาร์สสามารถนำเสนอแนวทางพลิกเกมในการจัดการกับความท้าทายเร่งด่วนด้านการควบคุมแบคทีเรีย ตลอดจนจัดการกับปัญหาการดื้อยาปฏิชีวนะในภาคการเกษตรและสุขภาพสัตว์

ในโอกาสนี้ อินโนสเปซ (ประเทศไทย) ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นด้านกลยุทธ์ของบริษัทว่า “เราตัดสินใจเข้าลงทุนในยูนิฟาร์สเพราะเรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมแนวทางที่ยั่งยืนเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก เรายินดีที่ได้สนับสนุนการเดินทางของยูนิฟาร์สด้วยการเสริมสร้างศักยภาพให้กับทีมงานในการเร่งพัฒนาและประยุกต์ใช้แนวทางจากเทคโนโลยีเฟจที่ล้ำสมัย”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ โค่นสวนยาง 40 ไร่ ปลูกทุเรียนกว่า 1,200 ต้น ริมเทือกเขาบรรทัด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ "นายสนิท องศารา" หรือ "ลุงหนิด" วัย 65 ปี ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่สู่เจ้าของสวนทุเรียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง "ลุงหนิด" วัย 65 ปี บอกว่า  หลังเกษียณอายุราชการ ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่เพื่อปลูกทุเรียน 4 สายพันธุ์...