หน้าแรกข่าวล่าสุดททท.ลุยปั้นเชฟใช้วัตถุดิบท้องถิ่นสู่ครัวโลกกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วไทย

ททท.ลุยปั้นเชฟใช้วัตถุดิบท้องถิ่นสู่ครัวโลกกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วไทย

-

หลังจากนายอภิชา เลิศพชรกมล ส.ส.นครราชสีมา เขต 10 พร้อมด้วย นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ,นายอำเภอครบุรี , สจ ครบุรี ตำรวจ สภ.ครบุรี และชาวบ้าน ร่วมกันเปิดงาน“Chef Fest Thailand” เฟ้นหาสุดยอดเชฟไทย ยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นสู่ครัวโลก ชิงเงินรางวัลกว่า 200,000 บาท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา

ล่าสุดได้ผู้ชนะเป็นเชฟภูมิ-จักรภูมิ บุณยาคม Owner Chef แห่งร้าน วิเสทวิโส โดยในงานมีการออกร้านจากผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียง อาหารท้องถิ่นจาก 5 ภูมิภาค อาหารชุมชน และอาหารระดับมิชลิน จำนวน 30 ร้าน และการออกบูธของชุมชนท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นด้านอาหาร

ปิดท้ายด้วยการแข่งขัน ภายในงานได้มีการแข่งขัน เชฟร้านค้า จำนวน 5 ท่าน เปิดประสบการณ์ในการทำผัดไทยซึ่งเป็นเมนูประจำถิ่นโคราช ซึ่งมีเวลาให้ 30 นาที โดยสามารถเลือกวัตถุดิบได้ตามใจชอบ เพื่อรังสรรค์เมนูมาให้คณะกรรมการได้รับประธาน ซึ่งได้ผู้ชนะเลิศอันดับที่ 1 มอบถ้วยรางวัลและใบประกาศนียบัตร ให้กับ คุณ ชัชชมนต์ วงษ์ศิริวัฒนกุล จากร้านสวรรค์บ้านนาคาเฟ่ ส่วนภายในงานวันนี้ก็จะเป็นพบกับคอนเสริต เป๊ก ผลิตโชค ศิลปินชื่อดัง

นายอภิชา เลิศพชรกมล ส.ส.นครราชสีมา เขต 10 เปิดเผยว่า สำหรับงานดังกล่าวถือว่าประสบความสำเร็จไปด้วยดี ซึ่งภายในงานต่างมีเสียงตอบรับจากชาวอำเภอครบุรีและต่างพากันมาท่องเที่ยวกันจำนวนมาก ทั้งนี้หากมีเทศกาลหรือการท่องเที่ยวต่างๆ ทางพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

โดยนโยบายของนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมผลักดันการท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมาและซอฟพาวเวอร์อาหารไทยให้ดังไกลจนถึงระดับโลก ส่วนวันนี้ตื่นเต้นมากในการแข่งขันรายการเฟสเชฟก็ผู้ชนะเรียบร้อยและอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยคือการแข่งขันเชฟร้านค้าที่นำเมนูผัดหมี่โคราชที่เป็นเอกลักษณ์มาประยุคทำอาหารให้ทางกรรมการได้ชิมและตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...