หน้าแรกข่าวล่าสุดอลังการ "บ้านฮักตำคาเฟ่" คิงคองยักษ์คู่รักที่ใหญ่ที่สุดในไทย

อลังการ “บ้านฮักตำคาเฟ่” คิงคองยักษ์คู่รักที่ใหญ่ที่สุดในไทย

-

ที่อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ได้มีพิธีเปิดบ้านฮักตำคาเฟ่ คิงคองยักษ์คู่รักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ราว 15 เมตร หรือประมาณตึกสูง 5 ชั้น แหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

ภายในงานมีนายอนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา และรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง คณะอนุกรรมาธิการ ตสร.ด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายนพดล มาตรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เข้ามาร่วมในการเปิดงานมีการบินพารามอเตอร์ ยิ่งพลุ ปล่อยลูกโป่ง การแสดงแสงสีเสียง คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

ด้านคุณณัฐพงศ์ พ่อค้า และคุณนฤมล พ่อค้า ภรรยา เจ้าของบ้านฮักตำคาเฟ่ เผยว่า “ตอนไปไหว้พระใหญ่ ก็ได้ฝันถึงคิงคองที่ได้นำความมั่งคั่งมาให้เมืองอู่ทอง จึงตัดสินใจเปิดบ้านฮักตำ เป็นสถานที่จะสร้างความสุขให้กับทุกท่านที่จะมาเยือน และเป็นการสื่อถึงความรักในรูปแบบต่างๆ โดยมีคิงคองยักษ์คู่รักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเรามีการสร้างขึ้นมาด้วยการนำวัสดุอย่างหญ้าคาเทียมจากประเทศแคนาดา ด้วยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนครราชสีมา ที่เป็นคนสร้างคิงคองมาแล้วทั่วประเทศ ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดไฟมาสร้าง โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 5,000,000 บาท”

สำหรับบ้านฮักตำคาเฟ่ ที่มีคิงคองยักษ์คู่รักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีการสร้างขึ้นมาในระยะเวลา 1 ปี ด้วยการนำวัสดุอย่างหญ้าคาเทียมจากประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดไฟมาสร้าง เพื่อต้องการสื่อถึงความรักทั้งภายในครอบครัว สังคม หรือคู่รัก ในการสร้างเป็นงานสถาปัตยกรรม โดยจะเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.- 21.00 น. โดยโปรโมชั่นสำหรับคู่รัก 8 คู่ จองสิทธิ์จัดงานเลี้ยงภายในสิ้นปีนี้ จะได้รับส่วนลด 50 เปอร์เซนต์

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...