นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งและเป็นสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศปลื้มใจอย่างมากกับการที่ “ยูเนสโก” ได้ประกาศให้สงกรานต์ไทย เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ขณะที่รัฐบาลโดยคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้กำหนดแผนงานเชิงรุกสอดรับกับยูเนสโกที่งานเทศกาลสงกรานต์ไทยนั้นสามารถเล่นน้ำได้ทั้งเดือน

ทั้งนี้บริบทและเสน่ห์ของงานเทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ของแต่ละภูมิภาคนั้นล้วนแตกต่างกัน เช่นเดียวกับจังหวัดขอนแก่น ซึ่งแต่ละปีมีการจัดกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ ที่ติดอันดับของประเทศสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาร่วมกิจกรรมและเล่นน้ำสงกรานต์นับแสนคนต่อวัน และเป็น 1 ในพื้นที่รัฐบาลได้กำหนเป็นแผนงานส่งเสริมและสนับสนุน ซึ่งเทศบาลนครขอนแก่นในฐานะแม่งานหลักของการดำเนินงานพร้อมที่จะร่วมมือกันส่งเสริม สนับสนุนและต่ยอดงานสงกรานต์ไทยที่วันนี้คนทั่วโลกได้รู้จักและเตรียมที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวกันมากขึ้นแล้ว

เพื่อเตรียมพร้อมต้องรับคลื่นมวลชนมาสาดน้ำเล่นสงกรานต์นั้น“ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์” นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น บอกว่า เทศกาลงานสงกรานต์ขอนแก่นนั้นนักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดีว่าเป็นงานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว โดยกำหนดจัดกิจกรรมขึ้นระหว่าง วันที่ 8 – 15เม.ย. ของทุกปี เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ฟื้นฟูวิถีอีสานอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นให้สืบทอดต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวส่งเสริมอาชีพของประชาชนในท้องถิ่น

ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความรักความสามัคคี ผูกมิตรไมตรีระหว่างคนในชุมชน ซึ่งแบ่งการจัดงานออกเป็น 2 พื้นที่ คือ พื้นที่ของวัฒนธรรมอยู่ที่บึงแก่นนคร ตั้งแต่ 8 – 15 เม.ย. และพื้นที่วัฒนธรรมร่วมสมัยอยู่ที่ถนนข้าวเหนียว ระหว่างวันที่ 12 – 15 เม.ย. ซึ่งจากการดำเนินงาน 20 กว่าปีที่ผ่านมานั้นได้มีการพัฒนาและต่อยอดอย่างต่อเนื่องทุกปี และในแง่มุมของจำนวนวันในการจัดงานเป็นอะไรที่เหมาะสมและลงตัวแล้ว คงไม่มีการขยายเพิ่มขึ้น แต่น่าจะมีการปรับปรุงรูปแบบให้มีความสนุกสนานมากขึ้น และในส่วนการส่งเสริมจากทางรัฐบาลนั้น อาจจะต้องรอดูว่า ในปี 2567 นโยบายจากทางรัฐบาลจะส่งเสริมในประเด็นใดบ้าง

งานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว นับว่าเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของชาวขอนแก่นอยู่แล้ว ภายใต้มนต์เสน่ห์ คือความสนุกที่ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์และ ความร่วมมือร่วมใจร่วมกิจกรรมคลื่นมนุษย์ รวมทั้งความบันเทิง ตลอดจนยังสร้างจิตสำนึกรักบ้านเกิด และการแสดงถึงดีเอ็นเอของ คนขอนแก่น คือสนุกสนาน สามัคคี มีน้ำใจ

อย่างไรก็ตามขอฝากถึงองค์การสหประชาชาติ และยูเนสโก ให้พิจารณาอีกหนึ่งกิจกรรม คือ งานประเพณีลอยกระทง ที่มีรากเหง้าของวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ยกตัวอย่างงานประเพณีลอยกระทงของขอนแก่น ที่มีมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก และมีเครือข่ายร่วมกันทำงานจนสามารถผลักดันให้เป็นงานในระดับประเทศ และระดับโลกต่อไป

โดย..จักรพันธ์ นาทันริ /ขอนแก่น








